ขรึม ตอบกลับสั้น ๆ
“งั้นเหรอ…” ซูโล่วหรี่ตามองเล็กน้อยก่อนหันหน้าเดินต่อไป
คุณชายน้อยตระกูลซือคนนี้ไม่ใช่เด็กว่าง่ายขนาดนั้นเสียหน่อย ถึงแม้จะไม่ค่อยได้เจอกับเด็กคนนี้บ่อยนัก แต่กิตติศัพท์ ว่านิสัยถอดแบบมาจากพ่อ หรืออาจจะเย็นชากว่าซือเยี่ยเสียด้วยซ้ำนั้นเป็นอันเลื่องลือ หากเจ้าตัวไม่อยากทำอะไร ต่อให้ใครมาบังคับก็ไม่มีทางสำเร็จ
ดังนั้นการที่เขายอมตามซู่เป่ามาแต่โดยดี ย่อมหมายความว่าเจ้าตัว ‘เต็มใจ’ อย่างนั้นสินะ?
หึ แปลกชะมัด! เด็กคนนี้เห็นทีต้องระวังไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วสิ
ซูโล่วนั่งลงบนม้านั่งยาวในสวน ซู่เป่าก็นั่งลงเคียงข้างเขา ดาราใหญ่จ้องมองใบหน้าหลานสาวพลางถามขึ้นว่า “ซู่เป่า… หนูรู้ได้ยังไงว่าจะมีแสงมงคลตอนสิบนาฬิกาสิบแปดนาที?”
แม้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์หลังเวทีตอนแรก แต่หลังจากสอบถามพนักงานจนรู้เรื่องราวทั้งหมด ใครจะรู้ว่าเขาตกใจแทบสิ้นสติแค่ไหนตอนเห็นแสงเจ็ดสีนั่นปรากฏขึ้นจริง ๆ!
“ซู่เป่าทำนายเอาค่ะ!” ซู่เป่ากำลังก้มหน้าก้มตาคุ้ยกระเป๋าสะพาย มองดูเต่าเฒ่าที่นอนนิ่งอยู่ข้างใน
“แล้วหนูคำนวณยังไงล่ะ?” ซูโล่วเริ่มเกิดความสนใจ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางใช้มือข้างเดียวยันแก้มมองดูเจ้าตัวเล็ก
“คำนวณแบบนี้ไงล่ะคะ!” ซู่เป่าดึงเต่าปู่ออกมาทันควัน
พูดจบเด็กน้อยก็วางเต่าลงบนพื้น… แล้วจับกระดองหมุนติ้วทันที!
เต่าแก่ถูกหมุนติ้วจนตาลาย ความคิดในใจแทบถล่มทลาย
โอ๊ย… หัวจะหลุดแล้ว!
ไอ้เด็กน