ยเมื่อวานครับ พวกเขาพบคุณชายน้อยตอนไปตั้งแคมป์”
คุณหญิงเฒ่าชะงักไป
“โอ้…ที่แท้ไม่ใช่ซู่เป่าที่พบอี้หรานสินะ? เชิญพวกเขาเข้ามา!” เธอไม่รู้ตัวเลยว่า ชะตากรรมของตนถูกตัดสินไปแล้ว ยังคงวางท่าผู้เป็นใหญ่ในบ้านไม่เปลี่ยน
เสวี่ยเอ๋อร์เดินตามพ่อแม่เข้ามาในบ้านตระกูลซือ ซึ่งแตกต่างจากคฤหาสน์หรูหราของตระกูลซู บ้านตระกูลซือเป็นบ้านสี่ประสานที่ดูเก่าแก่ ขรึมขลัง และมีอำนาจสมกับเป็นบ้านฝ่ายการเมืองที่สืบทอดกันมา
“ตระกูลซูเป็นผู้นำในวงการธุรกิจ แต่ตระกูลซือคือฝ่ายการเมือง เข้าไปข้างในแล้ว ทุกคนต้องระวังให้ดี” พ่อของเสวี่ยเอ๋อร์กระซิบ
ตระกูลซืออุทิศตนเพื่อชาติ สละชีวิตเพื่อประเทศ ซือเยี่ยจึงเป็นทายาทของวีรชน และสืบทอดเจตนารมณ์นั้นมา
ด้วยเหตุนี้ คนในตระกูลจึงมีน้อย รุ่นนี้มีเพียงซืออี้หรานเป็นทายาท
เมื่อเทียบกับตระกูลใหญ่ที่มีคนซับซ้อน ไม่แปลกที่ใครต่อใครมักจับตามองทายาทหนึ่งเดียวผู้นี้
“โดยเฉพาะคุณนายซือ ตอนนี้ทุกอย่างในตระกูลล้วนเป็นไปตามคำสั่งของเธอ เสวี่ยเอ๋อร์ เดี๋ยวลูกต้องเอาใจให้ดี เข้าใจไหม?” เสวี่ยเอ๋อร์รีบพยักหน้า
ในใจของคนเป็นพ่อแม่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน หากลูกสาวคว้าใจคนตระกูลซือได้ ต่อไปก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองอีก
ครอบครัวทั้งสามถือของขวัญเข้ามาในห้องรับแขก เห็นคุณย่าซือนั่งรออยู่ พ่อของเสวี่ยเอ๋อร์รีบเอ่ย
“ท่านคือคุณนายซือใช่ไหมครับ ผมผู้น้อยขอคารวะครับ”
ท่าทีเช่นนี้ทำให้คุณย่าซ