ซือยังคงร้องไห้อย่างสิ้นหวัง
ซือเยี่ยเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น “ผมเชื่อใจซู่เป่า เธอจะช่วยอี้หรานกลับมาได้!”
อาจารย์หยุนแทบจะกลอกตาเล็งเพดาน เชื่อเด็กน้อยคนหนึ่งเนี่ยนะ พวกนี้มันบ้าไปกันหมดแล้ว!
ซูอีเฉินชำเลืองมองนาฬิกาแล้วเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ
“ครบห้านาทีแล้วครับ”
“อ้าว ท่านอาจารย์ไม่ได้บอกหรอกหรือว่าคนต้องตื่นภายในห้านาที?” คุณนายซูผู้เฒ่าเลิกคิ้วขึ้นพลางพูดประชดประชัน วงหน้าของอาจารย์หยุนพลันปรากฏสีสันประหลาด…
ในตอนนั้นเอง เสียง “ฟู่!” ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
ซู่เป่ากวาดเก็บกระดาษเงินกระดาษทองที่กระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาจุดไฟโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
เปลวไฟไม่ได้ลุกโชนอลังการเหมือนที่อาจารย์หยุนทำ ทว่ากลับเป็นเปลวเพลิงสีเขียวจาง ๆ
เมื่อไฟเริ่มติด ซู่เป่าก็โยนเสื้อของซืออี้หรานลงไปในกะละมังไฟ วงหน้าจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยความจริงจังขณะเริ่มบริกรรมคาถา “ฆ่าไก่ดำ… ซาเป่ยหนิง ฆ่าไก่ดำ…”
อาจารย์หยุนขมวดคิ้วมุ่น ทำไมต้องฆ่าไก่ดำ? ยัยเด็กนี่นึกว่านี่เป็นเกมเล่นขายของหรืออย่างไร?
“เหลวไหล!” เขาแผดเสียงตำหนิ สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือคนอย่างซู่เป่าที่รู้ไม่จริงแต่กลับชอบหลอกลวงผู้คน!
ฉางเฟิง ศิษย์เอกที่ยืนอยู่ด้านหลังก็เดือดดาลไม่แพ้กัน
“นั่นสิ! ช่างเป็นการนำศาสตร์เต๋ามาทำเป็นเรื่องเล่น ๆ! แค่เนี้ยนะ? ถ้าเธอช่วยซืออี้หรานให้ฟื้นได้ล่ะก็ ผมจะยอมยืนด้วยหัว แล้วกินขี้ให้ดูเลย! กินสักสิบชั่งด้วยเอ้า!”
ยังไม่ทั