้ออกทีวีด้วยนะ!”
จี้ฉางอดไม่ได้ที่จะยกมือปิดหน้า เด็กคนนี้พูดไม่ถึงสามประโยค ต้องมีเรื่องถูกจับโผล่มาตลอดจริง ๆ!
“ออกทีวีอะไร?” เขาถามอย่างไม่ใส่ใจนัก
ซู่เป่ารีบเลียนแบบท่าทางผู้ใหญ่ในรายการทีวี แล้วท่องเสียงดังฟังชัดว่า “หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ผมตัดสินใจฝืนคำสอนบรรพบุรุษ บริจาคตำราลับประจำตระกูลโดยไม่คิดค่าตอบแทน…”
“ฉันคือ ‘ทายาทหมอเทวดา’ หลานและเหลนของแพทย์ชื่อดัง มีตำรับยาโบราณประจำตระกูล รักษาได้ทุกโรค รักษาได้ทั่วทั้งร่างกาย!”
“ยาเม็ดนี้รักษาปวดหัว ปวดฟัน ปวดเอว ปวดขา เด็กย่อยอาหารไม่ดี ท้องเสีย เบื่ออาหาร คนแก่ไอมีเสมหะ หอบหืด คนหนุ่มไตพร่อง หย่อนสมรรถภาพ ใช้ได้สารพัด!”
จี้ฉางเงียบ
ซู่เป่าถามตาเป็นประกายว่า “เท่มากเลยใช่ไหมล่ะ? ออกทีวีด้วยนะ! อ้อ อาจารย์คะ หย่อนสมรรถภาพหมายความว่ายังไงเหรอ?”
จี้ฉางกระตุกมุมปาก ก่อนหลอกว่า “หย่อนสมรรถภาพคือตอนยกของหนักแล้วยกไม่ขึ้นไงล่ะ”
ซู่เป่าทำหน้ากระจ่าง เธอเข้าใจแล้ว เหมือนที่โทรทัศน์ถ่ายทอดสดนักกีฬายกน้ำหนักในโอลิมปิก!
“เก่งจังเลย!” ซู่เป่าเอ่ยด้วยสีหน้าชื่นชม
ครั้งนี้ไม่ใช่แค่มุมปากที่กระตุก แต่เปลือกตาของจี้ฉางกระตุกตามไปด้วย
เด็กนี่ไม่เข้าใจอะไรเลย แล้วจะชื่นชมไปทำไม!
เขาพูดอย่างอึดอัดว่า “เก่งตรงไหน แล้วรู้ไหมว่าคนพวกนั้นโดนจับหมดแล้ว?”
ซู่เป่าชะงักทันที
“หา?”
เรียนเรื่องนี้แล้วโดนจับด้วยเหรอ?
ทำไมทุกอย่างที่อาจารย์สอน ถึงไม่