ยืนเคว้งคว้างท่ามกลางสายตาคนรอบข้าง
เธอเป็นเพียงเด็กวัยห้าหกขวบ จะให้มีความอดทนสูงส่งได้อย่างไร
“ซู่เป่าเล่าเรื่องไม่ดีของเสวี่ยเอ๋อร์ให้พี่ฟังใช่ไหมคะ? เสวี่ยเอ๋อร์ไม่ได้…” เด็กหญิงหลุดปากออกมาทันที ขณะพูด น้ำตาก็ร่วงเผาะลงมาหยดแล้วหยดเล่า
นี่คือสิ่งที่แม่พร่ำสอนไว้… ผู้หญิงต้องรู้จักแสดงความอ่อนแอ เพื่อให้คนอื่นเกิดความสงสารและอยากปกป้อง
“อยากร้องไห้ก็กลับไปร้องที่อื่น” ซูเหอเหวินวางหนังสือลงพลางขมวดคิ้วมุ่น
เขารู้สึกรำคาญจนหมดอารมณ์สุนทรีย์ในทันที จึงรวบหนังสือแล้วเดินหนีไปจากตรงนั้น
ทิศทางที่เขาเดินไปนั้น กลับเป็นจุดเดียวกับซึ่งซู่เป่าพักผ่อนอยู่พอดี เสวี่ยเอ๋อร์กัดริมฝีปากแน่น รู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมประดังเข้ามาจนจุกอก
ทำไมทุกคนต้องรุมล้อมซู่เป่า ทำไมไม่มีใครสนใจอยากเล่นกับเธอบ้าง!
เด็กหญิงจำใจหันหลังกลับด้วยความเสียดาย ขณะเดินออกจากทุ่งหญ้าเข้าสู่แนวป่า เธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อพบใครบางคนซุ่มซ่อนอยู่หลังแมกไม้จนเผลอร้องอุทานออกมา!
เหวยหว่านรีบยกมือทำสัญญาณให้เงียบเสียงพลางกระซิบ “เสวี่ยเอ๋อร์ มาหาป้าทางนี้หน่อยได้ไหมจ๊ะ?”
เด็กหญิงลังเลพลางกวาดสายตามองรอบข้างอย่างระแวดระวัง ก่อนตัดสินใจก้าวเข้าไปหา
เธอรู้จักเหวยหว่านดี เพราะในงานวันเกิดของซู่เป่า แม่เคยกำชับให้เธอทำความรู้จักและพยายามประจบเอาใจป้าคนนี้ไว้ให้ได้
“เสวี่ยเอ๋อร์ ป้ามีเรื่องผิดใจกับคุณย่าซูนิดหน่อย หนูช่วยไปเรียก