านหานทำปากยื่นน้ำตาคลอ และในขณะที่อารมณ์ยังค้างอยู่ เธอก็ฝืนร้องไห้ออกมาสุดกำลังอีกครั้ง
จี้ฉางที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้าง ๆ ถึงกับมุมปากกระตุกอย่างอดไม่อยู่ เขาได้แต่ยืนอึ้งพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว
ในที่สุดหานหานก็ร้องไห้จนหมดแรง ส่วนซู่เป่าเองก็เริ่มหาวหวอด ทั้งคู่ต่างก็ง่วงนอนจนตาจะปิด ซู่เป่าเอ่ยด้วยเสียงงัวเงีย
“พี่สาวคะ…เราขึ้นไปนอนร้องไห้บนเตียงกันต่อดีกว่า จะได้ไม่เปลืองแรงมาก”
“อื้อ…” หานหานตอบรับอย่างเห็นดีเห็นใจ
ร่างจิ๋วทั้งสองปีนขึ้นไปนอนบนเตียงเดียวกัน ซู่เป่าผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่ในยามจมสู่นิทรา มือน้อย ๆ ก็ยังคงกำแก้วน้ำใบนั้นไว้แน่น ส่วนหานหานที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ก็เข้าสู่ภวังค์หลับไปพร้อมกันในทันที
**
เช้าวันรุ่งขึ้น
“เดี๋ยวไปปลุกหานหานได้แล้วนะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลานฉันต้องตื่นไม่เกินเก้าโมงเช้า” คุณนายซูกำชับกับแม่บ้านอู๋ด้วยสีหน้าเคร่งครัด
แต่เดิมหานหานมักนอนตื่นสายจนถึงสิบโมงหรือบางครั้งก็เกือบเที่ยง ซึ่งคุณนายซูมองว่าเป็นการตามใจตัวเองที่เกินขอบเขตไปมากแล้ว
“คุณนายคะ คุณหนูหานหานมีนิสัยหงุดหงิดตอนตื่นนอนมากนะคะ จะให้ลองตามคุณนายรองกลับมาช่วยปลอบไหมคะ?” แม่บ้านอู๋แสดงสีหน้ากังวล
ปกติเวลาหานหานร้องไห้อาละวาด ยังพอมีคนช่วยประคองอารมณ์ได้บ้าง แต่หากเป็นอารมณ์เสียตอนตื่นนอนของคุณหนูคนนี้ล่ะก็…
ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครรับมือได้เลยสักคน!
“หลานมีอารมณ์หง