ุดหงิดตอนตื่นนอนได้ แต่ฉันมีอารมณ์มากกว่าหลานหลายเท่านัก” คุณนายซูเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ แม่บ้านอู๋ได้ยินดังนั้นจึงหุบปากฉับ ไม่กล้าคัดค้านสิ่งใดอีก
คุณนายซูบังคับรถเข็นไฟฟ้าเข้าไปในลิฟต์ ก่อนตรงไปเคาะประตูห้องนอนของหลานรักเบา ๆ
“ซู่เป่า… ตื่นหรือยังลูก?”
จากการที่ได้อยู่ด้วยกันมาหลายวัน เธอเริ่มรู้กิจวัตรของหลานสาวดีว่า ปกติแล้วซู่เป่าจะตื่นเอง ในช่วงเวลาเก้าโมงเช้าพอดิบพอดี
คุณนายซูค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไปด้วยรอยยิ้มละไม หวังได้ชื่นชมใบหน้ายามหลับใหลที่แสนน่าเอ็นดูของซู่เป่า ทว่าทันทีที่เห็นสภาพภายในห้อง สีหน้าของเธอก็พลันเปลี่ยนไป!
“ใครอยู่ข้างนอกบ้าง! มานี่เร็ว!” เธอกรีดร้องด้วยความตกใจ “ซู่เป่าหายไปแล้ว!”
เสี่ยวอู่ที่กำลังสัปหงกงัวเงียอยู่บนขอนไม้ พลันยืดคอขึ้นมาขยับปีกพึ่บพับ แผดเสียงร้องจ้อกแจ้กผสมโรงอย่างไม่กลัวตาย
“ขโมยเด็ก! มีคนขโมยเด็ก!”
วันนี้ตรงกับวันเสาร์พอดี ซูอีเฉินจึงนั่งจัดการงานอยู่ที่ห้องหนังสือพร้อมกับบิดา ที่กำลังสนทนาเรื่องสำคัญกันอยู่ เมื่อได้ยินเสียงร้องตะโกนโวยวายของหญิงชรา ทั้งคู่จึงรีบพุ่งออกจากห้องมาทันที
“ซู่เป่าหายไปแล้ว! เจ้านกแก้วบอกว่าเห็นคนมาลักพาตัวเด็กไป!” คุณนายซูบังคับรถเข็นวนไปมาด้วยท่าทางลนลาน เจ้านกแก้วตัวจ้อยเอียงคอไปมามองซ้ายทีขวาที ท่าทางมันดูสับสนว่าตัวเองไปหลุดปากพูดเรื่องลักพาตัวตอนไหนกัน?
ซูอีเฉินก้าวยาว ๆ เข้าไปตรวจสอบในห้องนอนของซู่เป่าและพ