บทที่ 32 หมัดเด็ดซู่เป่า… แปดสิบ! แปดสิบ!
จี้ฉางถึงกับใจสั่นไหวพลางจ้องมองเด็กน้อยตรงหน้าด้วยความทึ่ง…
คงไม่ใช่หรอกมั้ง เป็นแค่เรื่องบังเอิญแน่ ๆ
“รีบเรียกวิญญาณกลับมาเร็วเข้า จำเคล็ดวิชาย้ายวิญญาณได้ไหม? ถ้ายังติดขัด…” เขากระแอมแก้เก้อ แต่ยังไม่ทันสิ้นประโยค ซู่เป่าก็ชูแขนน้อย ๆ ขึ้น มือนุ่มนิ่มกดลงบนกระจกพลางขยุ้มเบา ๆ เพียงหนึ่งคราว
ฟู่!
ร่างของผีสาวพุ่งกลับเข้าสู่น้ำเต้าอาคมในชั่วพริบตา จี้ฉางได้แต่ลูบจมูกตัวเองอย่างอึ้ง ๆ
นี่มันอัจฉริยะสายไหนกันแน่!
ขณะนั้น ซูจื่อหลินเดินถือแก้วนมอุ่นที่ชงเสร็จใหม่เข้ามาส่งให้
“ดื่มนมหน่อยไหมเด็กดี” ซู่เป่ารับแก้วทรงกลมใบอ้วนมาถือไว้พลางตอบเสียงหวาน
“ขอบคุณคุณลุงรองค่ะ!”
คนฟังยิ้มออกมาด้วยความประหม่า แม้มีบุตรถึงสองคน เขากลับแทบไม่เคยสละเวลาอยู่ดูแลพวกเขาเลย ลึก ๆ เขาจึงยอมรับว่าตนเองไม่ใช่พ่อที่ดีนัก
ความละอายใจแล่นริ้วขึ้นมาทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลูบศีรษะหลานสาว พลางเปรยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ซู่เป่า… หนูคิดว่าลุงควรหย่ากับป้ารองไหม?”
เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองด้วยความฉงน “ลุงรองคะ ทำไมคนเราต้องแต่งงาน แล้วพออยู่กันไปกลับต้องหย่าร้างกันด้วยล่ะคะ?”
คำว่าหย่าร้างไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับเธอ เพราะเมื่อก่อนพ่อมักหลุดปากพูดว่าจะเลิกกับแม่อยู่ประจำ ตอนนั้นเธออาจยังไร้เดียงสาเกินเข้าใจ จนกระทั่งได้เรียนรู้ภายหลังว่า…
การหย่าก็เพื่อจะไปเริ่มชีวิตใหม่กับคน