าซูอิงเอ๋อร์ตัวลอยเคลิ้มไปไกลถึงสรวงสวรรค์เลยทีเดียว
“ลุงห้าคะ นั่นคืออะไรเหรอ?” ซู่เป่าชี้นิ้วไปยังประติมากรรมใจกลางลานกว้าง
ซูอิงเอ๋อร์ปรายตามองตามมือหลานสาวพลางตอบว่า
“นั่นคือรูปปั้นลายหงส์ ทำจากสแตนเลส เป็นผลงานการออกแบบของคุณลุงรองของหนูนั่นแหละ”
ยังไม่ทันสิ้นคำ ซู่เป่าสะบัดมือออกจากลุงห้าแล้ววิ่งตรงไปที่รูปปั้นนั้นทันที
“ซู่เป่า! อย่าวิ่งสิลูก มันอันตราย!” ลุงห้าตะโกนไล่หลังด้วยความตกใจ
ซู่เป่าวิ่งไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าประติมากรรมยักษ์ ก่อนจะหันมาถามตาใส
“ลุงห้าคะ ลุงมีค้อนอันใหญ่ ๆ บ้างไหม? หนูอยากขอดูหน่อยค่ะ”
ซูอิงเอ๋อร์คิดว่าหลานสาวเพียงแค่แค่นึกสนุกและอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็ก ซึ่งมันช่างถูกจริตเขานัก! ในฐานะวิศวกรที่หลงใหลในเครื่องมือช่างจนคนรอบข้างมองว่าแปลก เมื่อเห็นหลานสาวมีรสนิยมเดียวกัน เขาจึงไม่รอช้า รีบสั่งการให้คนงานไปขนค้อนมาให้เธอดูทันที
“ซู่เป่า ลุงไม่ได้โม้นะ! ถ้าถามหาคนที่มีเครื่องมือครบมากสุดในประเทศนี้ ต้องเป็นลุงห้าของหนูคนเดียวเท่านั้น ลุงมีค้อนสะสมที่ไม่ซ้ำแบบกันถึงสี่พันอันเชียวนะ!”
ทางด้านลุงรองที่เพิ่งจัดการธุระเสร็จและรีบวิ่งตามมา เมื่อเห็นคนงานลากรถเข็นที่บรรทุกค้อนหลากหลายขนาดมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลานสาว เขาถึงกับยืนอึ้งตะลึงงัน
“นี่กำลังทำอะไรกันอยู่?”
“พวกเรากำลังดูค้อนกันอยู่ค่ะ!” ซู่เป่าเงยหน้าขึ้น ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น
ซูอิ