ใครกันเนี่ย ฉันเพิ่งกลับเข้ามา ทำไมในออฟฟิศมีเด็กน้อยเพิ่มมาอีกคนได้?”
“น่าจะเป็นลูกสาวของคุณซูนะ”
พวกเธอชี้ชวนกันดูในห้องเตรียมเครื่องดื่ม เห็นซูจื่อหลินกำลังหน้าดำคร่ำเครียดกับการชงนมผงจนเหงื่อซึมหน้าผาก
ในช่วงพักเบรคแบบนี้ ผู้ใหญ่มักมาที่นี่เพื่อชงชา กาแฟ หรือชานม ซูจื่อหลินคิดว่าซู่เป่าก็ควรจะมีอะไรดื่มบ้าง เลยไปหานมผงกระป๋องมาเตรียมไว้
ตอนนี้เขามีท่าทางไม่ต่างจากนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังทดลองในห้องแล็บ ตั้งใจอ่านคำอธิบายข้างกระป๋องอย่างละเอียดถี่ถ้วน ตักนมผงสองช้อนพูนอย่างแม่นยำ แล้วจ้องมองขีดวัดปริมาตรข้างแก้วตาไม่กะพริบ…
ในตอนนั้นเอง มีเสียงดัง แป๊ะ! กระแทกเข้ากับกระจกหน้าต่าง ถุงพลาสติกใบหนึ่งปลิวมาแปะติดอยู่ตรงนั้นพอดี ซู่เป่าร้องอุทานออกมาทันที
“เอ๊ะ! ป้าขี้เหร่!”
ผีสาวนอกหน้าต่างแลบลิ้นแฮ่ก ๆ ไม่ต่างจากสุนัข
“เร็วเข้า! ปล่อยฉันเข้าไปเดี๋ยวนี้!”
เธออยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา ช่างโหดร้ายเหลือเกินที่บังคับให้ผีออกมาทำงานกลางแดดจ้าแบบนี้ เธอแทบถูกแสงอาทิตย์แผดเผาจนร่างสลายอยู่รอมร่อ!
จี้ฉางกำลังเบื่อหน่าย เอนกายพิงกระจกหน้าต่างบานข้าง ๆ หรี่ตาอาบแดดอย่างสบายอารมณ์
“วางใจเถอะ มีฉันอยู่ทั้งคน ต่อให้แดดจะแรงแค่ไหนฉันก็ไม่ปล่อยให้เธอสลายไปแน่”
วิญญาณสาวฟังแล้วยิ่งหวาดผวาในใจ
ซู่เป่าเงยหน้าขึ้นมองแล้วเตือนสติ
“อาจารย์ อย่ามัวแต่เก๊กเลยค่ะ โบราณว่าพวกชอบอวดเก่งมักจะโดนฟ้าผ่าเอานะ”
จี้ฉาง