อลูกขึ้นมาทันที
พูดให้ถูกคือ ที่ผ่านมาซู่เป่าไม่มีค่าพอกับผลประโยชน์ของเขา แต่เมื่อสถานการณ์บีบคั้นจนถึงแก่ชีวิตเช่นนี้ ต่อให้ต้องลดตัวลงไปกราบกรานเรียกซู่เป่าว่าลูก เขาก็คงยอมทำ!
หลินเฟิงที่จนตรอกรู้ซึ้งแล้วว่าการอ้อนวอนขอความเมตตานั้นไร้ผล จึงเปลี่ยนมาสาดเสียเทเสียด้วยโทสะ เขาแผดเสียงด่าทอทั้งซูจิ่นอวี้ ทั้งคนตระกูลซู รวมถึงลามไปถึงเด็กน้อยอย่างซู่เป่าอย่างบ้าคลั่ง
ซู่เป่ายืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางฝูงชน ความเงียบเชียบของเธอราวกับกำลังกั้นตัวเองออกจากความวุ่นวาย แต่สมาชิกตระกูลซูต่างสัมผัสได้ถึงบาดแผลในใจของเด็กน้อย ทุกคนรู้สึกเจ็บปวดแทนเธอ
บอดี้การ์ดชุดดำคนหนึ่งทนรำคาญไม่ไหว จัดการถอดถุงเท้าของตัวเองยัดใส่ปากหลินเฟิงทันควัน
“พูดมากนักนะแก! หุบปากไปซะ!”
บอดี้การ์ดที่ติดตามตระกูลซูมานานย่อมมีใจรักเจ้านาย ด้วยความเหลืออด เขาจึงซัดหมัดเข้าเต็มดั้งจมูกของหลินเฟิงหนึ่งที จมูกที่เคยหักมาแล้วถึงสองครั้ง พลันหักสะบั้นลงเป็นครั้งที่สามอย่างไม่ต้องสงสัย…
โลกทั้งใบเงียบสงัดลงทันที เหลือเพียงเสียงอู้อี้ในลำคอของหลินเฟิง สิ่งที่รอเขาอยู่เบื้องหน้าคือ รถตำรวจจอดเรียงรายอยู่ด้านนอกคฤหาสน์
ทันทีที่ถูกลากตัวออกมา หลินเฟิงถูกรวบตัวสวมกุญแจมืออย่างรวดเร็วโดยไร้ซึ่งหนทางหนี
ส่วนมู่ชิ่นซินที่คิดจะเผ่นหนี ถูกรวบตัวกดหัวขึ้นรถไปในข้อหาจงใจแพร่ข่าวลือทำลายชื่อเสียง!
คดีลักลอบขนของเถื่อนล็อตใหญ่ที่เป็นเหตุให้