ภรรยาซูอีเฉินทอดสายตามองไปยังคนหน้าหนาทั้งคู่ แม้ลมปากของพวกเขาพร่ำบอกว่าอยากชดเชยให้ซู่เป่าเพียงใด หรือพยายามแสดงท่าทีสำนึกผิดผ่านคำพูดและการกระทำมากแค่ไหน
แต่แท้จริงแล้วกลับแฝงเจตนาร้าย พวกเขาจงใจมาบีบคั้นในวันสำคัญเช่นนี้ เพื่อบีบให้ตระกูลซูต้องอับอายขายหน้า!
งิ้วฉากใหญ่ที่ทั้งคู่ร่วมกันแสดง โดยยกเรื่องซู่เป่าเป็นต้นเหตุทำให้น้องชายต้องตายขึ้นมาอ้าง
หากเด็กน้อยแสดงท่าทีเพิกเฉยหรือไม่ไยดี ก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กอกตัญญูที่โหดร้าย รังเกียจคนจนแล้วฝักใฝ่แต่คนรวยทันที
คุณยายสกุลซูรู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาทันควัน เมื่อหวนนึกถึงว่าลูกสาวสุดที่รักของตนถูกสิ่งมีชีวิตนิสัยเลวทรามยิ่งกว่าเดรัจฉานพวกนี้รังแก เธอถึงกับหายใจติดขัดจนหน้ามืด
ท่านได้แต่กุมหน้าอกพลางพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ซู่เป่าเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความผิดปกติของคุณยาย เธอรีบเข้าไปกอดแขนท่านไว้ด้วยความตกใจ
“คุณยาย เป็นอะไรไปคะ?” เด็กน้อยยื่นมือออกไปช่วยลูบหลังเบา ๆ เพื่อหวังจะให้ท่านหายใจได้สะดวกขึ้น น้ำตาของคุณยายไหลพรากออกมา ขณะดึงหลานสาวเข้ามากอดแนบอก
“ซู่เป่า…”
หลานที่น่าสงสารของเธอ ทำไมถึงมีโชคชะตายากลำเค็ญถึงเพียงนี้?
ซู่เป่ารีบเอ่ยปลอบ “คุณยายไม่ต้องกลัวนะคะ หนูอยู่ตรงนี้ หนูจะอยู่เป็นเพื่อนคุณยายเองค่ะ”
ซูอีเฉินรีบไปหยิบยามาให้ผู้เป็นมารดา งานเลี้ยงเพิ่งกลับมาครื้นเครงได้ไม่นานจึงถูกทำให้ปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง แข