รา ไม่นานนัก กลิ่นหอมฉุนก็อบอวลไปทั่วครัว กระตุ้นต่อมน้ำลายจนใครต่อใครน้ำลายสอ
ชุนเหมยผัดเครื่องปรุงหม้อไฟ พลางเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “คุณหนู สูตรนี้เยี่ยมจริงๆ เรียกว่าอะไรหรือเจ้าคะ?”
อวิ๋นเจียวตอบ “พ่อค้าต่างแคว้นที่สอนสูตรนี้ให้ข้าบอกว่า นี่เรียกว่า ‘หม้อไฟ’ เอาไว้ลวกอาหารกิน ตอนนั้นข้าไม่ค่อยได้ใส่ใจนัก วันนี้หากไม่เห็นท่านแม่จัดการเครื่องในเป็ด ข้าก็คงลืมไปแล้ว”
โอ้สวรรค์ ตอนนี้นางโกหกได้อย่างแนบเนียนลื่นไหล แถมดวงหน้าน้อยๆ ยังไม่เปลี่ยนสีเลยสักนิด
“เจียวเอ๋อร์เมื่อไหร่จะกินได้ล่ะ?”
อวิ๋นเจียวตอบด้วยรอยยิ้ม “รอให้น้ำปรุงเดือดก็ลวกอาหารกินได้แล้วเจ้าค่ะ”
กล่าวจบ นางก็หันไปบอกชุนเหมย “ชุนเหมย เติมน้ำลงไปในหม้ออีกหน่อย เสร็จแล้วก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ใกล้เที่ยงแล้ว เจ้าไปเชิญท่านอาจารย์ตั่งกับครอบครัวท่านลุงใหญ่และท่านอาสามมากินข้าวที่บ้านเราเถิด”
น้ำแกงเป็ดตุ๋นเองก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ชุนเหมยเห็นว่าในครัวไม่มีอะไรให้ทำแล้ว จึงรับคำสั่ง “เจ้าค่ะ คุณหนู บ่าวจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
“เจียวเอ๋อร์ จะทำอะไรอีกไหม เจ้าสั่งข้าได้เลย” อวิ๋นหลานเอ๋อร์ยินดีทำทุกอย่างเพื่อแลกกับอาหารอร่อย
อวิ๋นเจียวกล่าว “ตอนนี้พวกเราต้องหาหม้อทองแดงสี่ใบ แล้วก็ก่อถ่านไฟ”
หลังจากวันนี้