บทที่ 7 หวนคืนตระกูลหลิน
มู่ชิ่นซินยืนพินิจตุ๊กตากระต่ายเก่าคร่ำคร่าในมือด้วยแววตาหยามเหยียด รู้ดีว่าคนอื่นอาจมองเห็นเพียงเศษผ้าไร้ค่า แต่เธอรู้ว่า สำหรับซู่เป่า… นี่คือโลกทั้งใบ
“คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ ตราบใดที่กระต่ายตัวนี้ยังอยู่ที่นี่ เธอไม่มีวันตัดขาดจากเราได้แน่นอน”
มู่ซิ่นชินจำได้แม่นยำ ยามที่เธอลงมือทุบตีเด็กน้อยอย่างทารุณ ซู่เป่ามักขดตัวกลมและกอดตุ๊กตาตัวนี้ไว้แนบอก ครั้งหนึ่งมู่ชิ่นซินนึกสนุกคว้าตุ๊กตามาตัดหูขาดวิ่น เด็กคนนั้นที่เคยอดทนต่อทุกสิ่งกลับร้องไห้โฮราวกับหัวใจจะสลาย…
นั่นคือจุดอ่อน ทำให้เธอถือไพ่เหนือกว่าเสมอมา
“คุณแน่ใจนะว่าเด็กนั่นจะยอมกลับมาเพียงเพราะไอ้เศษผ้านี่ ?” หลินเฟิงขมวดคิ้วมองซากตุ๊กตาเน่าตัวนั้น
“พี่เฟิงคะ คุณไม่ค่อยมีเวลาให้แกเลยไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นรักมันขนาดไหน นี่เป็นของชิ้นเดียวที่แม่แกทิ้งไว้ให้ ยังไงแกก็ต้องมาค่ะ” มู่ชิ่นซินแย้มยิ้มอ่อนหวานทว่าดวงตากลับเย็นเยียบ
คุณนายหลินนิ่งคิดตามอยู่ชั่วครู่ ก่อนพยักหน้าเห็นพ้องว่านั่นคือเรื่องจริง
“ตลอดปีที่ผ่านมา นังเด็กคนนั้นไม่เคยยอมปล่อยมือจากมันเลย แม้แต่ตอนเข้าห้องน้ำยังต้องหิ้วกระต่ายเน่าตัวนั้นไปด้วยตลอด”
หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดีพลางคาดหวัง “ดีจริง ๆ หวังว่าแกจะกลับมาเพราะเรื่องนี้!” สำหรับเธอแล้ว การหลอกล่อเด็กเพียงคนเดียวให้กลับมาเชื่องเหมือนเดิมคงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
มู่ชิ่นซินก