บทที่ 2 ไล่เธอออกไปให้พ้นหน้า
ตระกูลซูมีกฎเหล็กที่ทุกคนทราบดี นั่นคือห้ามใช้โทรศัพท์ระหว่างการประชุมยามเช้าเด็ดขาด ซูอี้เชินรีบคว้าเครื่องมา หมายจะตัดสายทิ้ง ทว่าน้ำเสียงเย็นเยียบของคุณปู่กลับดังขัดขึ้นเสียก่อน
“รับสาย!”
ซูอี้เชินกระแอมอย่างกระอักกระอ่วน “แต่คุณพ่อครับ… นี่เป็นเบอร์แปลก ผมคิดว่า…”
“ฉันบอกให้รับ และเปิดลำโพงให้ทุกคนได้ยินเดี๋ยวนี้!” ชายชรากระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะพลางเอ่ยย้ำพร้อมสายตาคมกริบ
ซูเยว่เฟย และพี่น้องคนอื่น ๆ ต่างหันไปมองอี้เชินด้วยความเห็นใจ ที่ต้องเผชิญหน้ากับโทสะของผู้นำตระกูล แพทย์หนุ่มจำต้องทำตามคำสั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้
ทันใดนั้น เสียงเล็ก ๆ สั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความเวทนาก็ลอยเข้ามากระทบโสตประสาทของทุกคนอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ฮัลโหล… ใช่คุณลุงเล็กไหมคะ?”
“หนูชื่อซู่เป่า… แม่ชื่อซูจิ่นอวี้… คุณคือซูอี้เชิน พี่ชายของแม่ใช่ไหมคะ?”
น้ำเสียงของเด็กหญิงแผ่วเบา และแห้งผากอย่างน่าใจหาย ราวกับเครื่องจักรตัวน้อย ไร้ซึ่งความรู้สึกและอารมณ์ใด ๆ เจือปน
สิ้นคำนั้น สีหน้าของทุกคนในบ้านตระกูลซูพลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
เคร้ง
ฝาปากกาในมือชายชราร่วงหล่นกระทบพื้น ความเงียบเข้าปกคลุมจนบรรยากาศรอบข้างดูอึดอัดราวกับทุกคนถูกบีบรัดลำคอจนไม่อาจเปล่งคำพูดใดออกไปได้ แต่เสียงเล็ก ๆ จากปลายสายยังคงเอ่ยต่อไปด้วยจังหวะเริ่มขาดห้วง
“หนูไม่ได้ผลักป้า แต่ไม่มีใครเชื่อหนูเลย…”
“พ่อสั่งให้ซู่เป