กระต่ายถูกฟาดจนสภาพพังยับเยินไปนานแล้ว ซู่เป่าพยายามชันกายลุกขึ้นตามคำสั่ง ทว่าร่างอันอ่อนแรงกลับทรุดฮวบลงกระแทกพื้นหิมะดังปึก
ก่อนสติสุดท้ายจะเลือนรางลง
เธอรู้สึกว่าตนเองกำลังจะตาย…
หากเธอต้องตายจริง ๆ จะมีโอกาสได้พบแม่ไหมนะ?
ในม่านหมอกแห่งความตาย เสียงหนึ่งพลันดังแทรกความเงียบกริบขึ้นมาอย่างประหลาด
“เสี่ยวซู่เป่า เร็วเข้า! รีบโทรหาลุงเล็กของลูกสิ”
“ลุงเล็กของเธอชื่อ ซูอี้เชิน หมายเลขโทรศัพท์คือ 159xxxxx…”
“โทรศัพท์…” เด็กน้อยปรือตาขึ้นมอง เห็นเครื่องมือสื่อสารสีดำตกอยู่บนพื้นหิมะ สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดผลักดันให้เธอตะเกียกตะกายเข้าหาอย่างสุดกำลัง
“159…”
ซู่เป่าตัวสั่นเทิ้ม นิ้วแข็งทื่อพยายามกดปุ่มตามตัวเลขในความทรงจำอย่างไม่ลดละ ไม่รู้ว่าต้องใช้ความพยายามมากเพียงใด ในที่สุดสายนั้นก็ถูกต่อออกไปสำเร็จ…
ในขณะเดียวกัน
ภายในคฤหาสน์ทรงโบราณอันโอ่ใจกลางเมืองหลวง กลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้กฤษณาอบอวลอยู่ในอากาศ แสงไฟจากโคมระย้าทอดเงายาวลงบนพื้น ประมุขตระกูลซูขยับถ้วยชาในมือพลางเอ่ยตำหนิเสียงเรียบ
“อีกปีหนึ่งก็ผ่านไปแล้ว ซูอี้เชิน แกบอกว่าปีนี้จะสอบตำแหน่งแพทย์หัวหน้าได้นี่!”
ท่ามกลางความเงียบงัน พี่น้องตระกูลซูทั้งเจ็ดต่างพากันก้มหน้านิ่ง ส่วนอี้เชินทำได้เพียงลูบจมูกเบา ๆ ทันใดนั้นชายชราพลันเปลี่ยนหัวข้อสนทนา และโพล่งถามขึ้น
“แล้วเรื่องนั้นล่ะ… ตามหากันมาสี่ปีแล้ว ยังไม่มีวี่แววของน้องสาวพวกแกอ