อยู่ในพื้นที่อันกว้างขวางแสนว่างเปล่านี้เลยสักคน ความสงบเกินควรนั้นให้ความรู้สึกราวกับว่าทั้งตึกกำลัง… เติบโต ขยายตัว เหมือนกับว่ามันมีชีวิต
ยิ่งอยู่นานเท่าไหร่ ยิ่งกระสับกระส่ายมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อรวบรวมของที่ต้องการครบทุกอย่างแล้ว ผมก็รีบกลับไปยังห้องทำงานของตัวเอง
คลิ้ก!
ฝ่ามือล็อกประตูปิดตามหลัง เสียงคลิ้กของโลหะกระทบก้องเกินกว่าที่มันควรจะเป็น ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เตรียมตัวสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
“…เป็นไงเป็นกันวะ”
ผมดันโต๊ะออกห่างจากเก้าอี้และวางมือลงบนสวิตช์ไฟ หายใจเข้าออกสักสองสามรอบ แล้วก็ดับไฟลง
แป๊ก
มือทั้งสองสั่นเทาเมื่อความมืดมัวเข้ามากลืนกินจากทุกทิศทาง
ผมเปิดโทรศัพท์ขึ้นมา อาศัยแสงน้อย ๆ นำทางไปยังที่นั่งแล้วหย่อนตัวลง จากนั้นจึงเปิดแอปบันทึกเสียงในโทรศัพท์ และตั้งเวลาอัดเอาไว้ห้านาที
“…นานเท่านี้น่าจะพอ”
ผมถอนหายใจด้วยความประหม่าขณะวางโทรศัพท์ลง
แผนการนั้นเรียบง่ายมาก
ผมตั้งใจจะอัดเสียงดนตรีของวาทยกรเพื่อเอาไปใช้เป็นเพลงประกอบในเกม
นี่คือวิธีการแก้ปัญหาที่ผมพยายามคิดมาอย่างหนักหน่วงแล้ว
พอได้มาลองนึกย้อนไปถึงตอนนั่งรถแท็กซี่เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า— ถ้าเอาเพลงนั้นมาผสานกับตัวเกม ผมจะสามารถสร้างอะไรที่มันโดดเด่นออกมาได้แน่นอน
ความคิด