“แล้ว…? นายคิดว่าไง?”
พวกเราหยุดอยู่หน้าห้องขนาดเล็กห้องหนึ่ง เมื่อสายตากวาดมองพื้นที่ที่แทบจะวางได้แค่โต๊ะกับเก้าอี้ตัวเดียว ผมก็หันไปหาไคล์
“นี่คือห้องทำงานในความคิดนายเหรอ?”
“…..”
ใบหน้าของไคล์กระตุก เขาหันหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนจะยกกำปั้นขึ้นมาปิดปากและกระแอมไอ
“เอาน่า ช่วงนี้ฉันอาจจะทำผลงานได้ดีก็จริง แต่นายไม่ได้เป็นสมาชิกกิลด์อย่างเป็นทางการ ฉันก็ทำได้เต็มที่เท่านี้แหละ แล้วที่นี่ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อย ถึงจะเล็กแต่มันก็มีความเป็นส่วนตัวดีนะ นายจะได้ทำเกมโดยไม่มีใครมากวนไง”
“…งั้นก็คงดีมั้ง”
ผมมองไปที่พรมสีเทาและหลอดไฟริบหรี่ด้านบนที่ส่องแสงสลัวไปทั่วห้อง ไม่มีหน้าต่าง ส่วนโต๊ะไม้ก็ดูจะโทรมไปหน่อย
ความรู้สึกมันเหมือนห้องเก็บของภารโรงมากกว่าห้องทำงานเสียอีก
แต่ก็เอาเถอะ ผมมีสิทธิ์บ่นที่ไหนล่ะ?
“แค่นี้ก็พอแล้ว”
ผมนั่งลงบนเก้าอี้และหยิบแล็ปท็อปออกมาจากกระเป๋าตัวเอง
เวลาไม่เคยคอยใคร ผมต้องเริ่มโปรเจกต์ก่อนที่จะสายเกินไป
แล้วหัวก็ดันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“เรื่อง—”
“นี่นายไม่รู้จริง ๆ เหรอ?”
“อะไร..?”
“…เรื่องที่เกิดขึ้นกับโซอี้น่ะ?”
เกิดอะไรขึ้นกับโซอี้? มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอเหรอ? หรือเขากำลังพูดถึงเรื่องก่อนหน้านี้?
“เฮ้ออ”
ไคล์ถอนหายใจออกมา