“อ-อะไรน่ะ…?”
ผมจ้องมองการแจ้งเตือนตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง
‘ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม?’
มือยกขึ้นขยี้ตาเพื่อความแน่ใจ
แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การแจ้งเตือนยังคงเหมือนเดิม ผมรู้สึกได้เลยว่าสีหน้าของตัวเองเปลี่ยนไป
‘ได้รับไนท์วอร์กเกอร์พเนจร…?’
ผมเลียริมฝีปากและรอคอยให้แสงไฟดับลงอีกครั้ง
พรึ่บ!
ทันทีที่โลกรอบกายจมดิ่งสู่ความมืดมิด ผมรีบดึงแล็ปท็อปเข้ามาใกล้ตัว สายตาจับจ้องไปที่ภาพจากกล้องวงจรปิด
ทว่าคราวนี้…
กลับไม่มีอะไรเลย
ไม่มีร่างเงาบิดเบี้ยวที่คืบคลานผ่านทางเดิน
ไม่มีเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบสะท้อนก้องไปมา
มีเพียงภาพนิ่งสนิท และความเงียบสงัดชวนน่าอึดอัด
‘…ในเมื่อมันหายไปแล้ว แสดงว่าสาเหตุหลัก ๆ คงเป็นหนึ่งในสามอย่างนี้ อย่างแรกคือฉันอัดมันจนกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ หรืออีกอย่างคือมันอาจจะแอบอยู่ไหนสักที่เพื่อรอจังหวะเข้ามาเชือดฉัน หรือไม่ก็อย่างสุดท้าย ฉันจับมันแล้วจริง ๆ ได้ไงก็ไม่รู้’
ความจริงปรากฏอยู่เบื้องหน้าคาตา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังยากที่จะเชื่ออยู่ดี
พรึ่บ!
แสงไฟกลับมาสว่างไสว ผมยันตัวลุกขึ้นยืน
สายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะเดินไปยังประตูที่ใกล้ที่สุดแล้วลองหมุนลูกบิดดู
คลิ้ก!
ช่างน่าเสียดายที่ประตูยังคงล็อกอยู่
“…..”
ผมยืนนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองการแจ้งเตือนนั้นอ