ายตาก้มลงมองแขนตัวเองตามสัญชาตญาณ
และนั่น…
ผมก็เห็นมัน
“…..!”
สีหน้าของผมเปลี่ยนไป ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ
รอยประทับสีดำประหลาดพันรอบแขนของผม รูปลักษณ์ของมันเกือบจะเหมือนกับรอยสัก ผมเอื้อมมือไปจะแตะ แต่มันกลับขยับยุกยิกหลบเลี่ยงสัมผัสนั้น
“นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย…?”
เมื่อเห็นว่ามันไม่เป็นอันตราย ผมจึงสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว และสำรวจรอยประทับสีดำนั้นด้วยความระมัดระวัง
ยิ่งมองดูนานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งให้ความรู้สึกแปลกมากขึ้นเท่านั้น
และแล้ว—
พรึ่บ!
แสงไฟดับลง ทัศนวิสัยของผมมืดบอด เป็นจังหวะเดียวกับที่รอยประทับบนแขนหยุดการเคลื่อนไหว
ถึงตาจะมองไม่เห็น แต่ผมสัมผัสได้
ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น
ผมนึกย้อนกลับไปถึงการแจ้งเตือน แล้วลองกดลงบนรอยประทับ
มวลอากาศรอบตัวเย็นลงฉับพลันจนร่างกายหนาวสั่นไปทั้งตัว ผมหดตัวลงอย่างระแวดระวังตามสัญชาตญาณ
“…..!”
ตอนนั้นเองที่ผมรู้สึกได้ถึงมัน
ตัวตนบางอย่าง
มันปรากฏขึ้นตรงหน้าผม รูปร่างบิดเบี้ยวและดำมืดเสมือนเงาที่ก่อตัวเป็นรูปทรง ผมมองไม่ออกว่ามันมีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ก็สัมผัสได้ว่าสายตาของมันกำลังจ้องมองมาที่ผม
รอยประทับสีดำบนแขนจางหายราวกับมุดกลับเข้าไปใต้ผิวหนัง ทำตัวเหมือนไม่เคยมีอยู่มาก่อน
ผมเงยหน้าขึ้น สบสายตากับเงานั้น
มันยืนนิ่งเงียบ เฝ้ามองผม
รอคอยผม