น ราวกับโยนตัวผมลงไปในโศกนาฏกรรมสด ๆ แฝงความหวาดกลัวในรูปแบบเสียงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
และแล้ว ความสยดสยองก็อุบัติขึ้นอีกครั้ง
ชะตากรรมเหมือนกับศพแรกไม่มีผิด พวกเขาจิกทึ้งใบหน้าด้วยเล็บของตัวเอง แล้วเริ่มกรีดร้องออกมาสุดเสียง
ปั่ก!
ตามมาด้วยเสียงกระแทกกลวงเปล่าน่าสะอิดสะเอียน เมื่อพวกเขาโขกศีรษะกับผนัง หนึ่งครั้ง สองครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ละครั้งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ปั่ก! ปั่ก!
โลหิตสาดกระจาย หยดซึมเข้าไปในผนังราวกับน้ำหมึกแปดเปื้อนหน้ากระดาษ
ท้องของผมปั่นป่วน ผมกัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้กลืนความคลื่นไส้ที่พุ่งพล่านกลับลงไป
— ไม่… ว่าจะเกิดอะไรขึ้น… ให้ทนไว้…
เสียงจากวิทยุสื่อสารฟังดูตึงเครียดและสิ้นหวัง
— หะ-หัวหน้าครับ ผมทนต่อไปไม่ไหวแล้ว… เสียงดนตรี… ผมสลัดมันออกจากหัวไม่ได้เลย
— อดทนไว้! นายต้องทนให้ถึงซิมโฟนีบทที่สอง! แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง!
— จริง เหรอ…?
ผมกวาดสายตามองใบหน้าของคนรอบข้าง
ซีดเซียว เหงื่อเปียกชุ่ม สั่นระริก
เมื่อพิจารณาจากสีหน้าของทุกคน ผมชักสงสัยแล้วว่าพวกเขาส่วนใหญ่จะอดทนไปจนถึงซิมโฟนีบทที่สองไหวแน่เหรอ
และต่อให้พวกเขาทนได้จริง ถ้าบทต่อไปมันดันแย่กว่าเดิมขึ้นมาล่ะ?
แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น—
‘ฉันไม่อยากเห็นเลือดไปมากกว่านี้แล้ว’
ภาพที่เห็น