้ตัวหนึ่งแล้วนั่งลง สายตาเว้าโหว่จับจ้องมาที่พวกเรา
— ตัวต่อไปมาแล้ว
อีกร่างหนึ่งเดินตามเข้ามา เป็นหญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีดำพลิ้วไหว ฝีเท้าของเธอดูแข็งทื่อ แต่กลับแฝงไปด้วยความสง่างามอย่างน่าประหลาด มือของเธอกำลังถือเชลโล[3] ตัวเครื่องไม้ขัดเงาวาววับหยอกล้อแสงไฟสปอตไลท์
— มือเบส[4]
แต่ละร่างที่ย่างเท้าเข้ามาล้วนมีบรรยากาศชวนขนหัวลุกพอ ๆ กัน การเคลื่อนไหวของพวกมันราบเรียบ แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างแปลกผิดปกติ ราวกับว่าพวกเขาเป็นหุ่นเชิดที่ถูกควบคุมด้วยสายเส้นด้าย
มวลอากาศเริ่มหนักอึ้งขึ้นทุกครั้งที่มีร่างใดร่างหนึ่งนั่งลง เก้าอี้สิบสองตัว ร่างสิบสองตน
ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าหวาดหวั่น
และแล้ว วิทยุสื่อสารก็ส่งเสียงออกมาอีกครั้ง
— ออร์เคสตราครบวงแล้ว
อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงจนผมสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว มือของผมกำวิทยุสื่อสารแน่น เหงื่อเริ่มผุดพรายบนหน้าผาก
บางสิ่งบางอย่างกำลังมา
บางสิ่งบางอย่างที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
ผมสัมผัสได้
ซ่า!
— เตรียมตัวเองให้พร้อม วาทยกรกำลังจะมาแล้ว จำสิ่งที่พวกหน่วยสอดแนมรายงานกลับมาให้ดี ทันทีที่วาทยกรมาถึง ฉากของจริงจะเริ่มต้นขึ้น
ผมกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก ริมฝีปากแห้งผาก
คนพวกนี้เป็นใครกันแน่? ทำไมพวกเขาถึงรู้เรื่องฉากนี้ดีนัก แล้ว