จวนของฉู่อี้เงียบสงบยิ่งนัก จวนพักตากอากาศไม่เหมือนจวนโหว แม้ฉู่อี้ไม่อาจห้ามเผยซื่อไม่ให้มาที่จวนนี้ได้ ทว่าทั้งเผยซื่อและเผยหมิ่น หากคิดจะทำตัวเสรีในจวนพักตากอากาศของเขาเช่นเดียวกับที่จวนโหว ก็มิอาจทำได้โดยง่าย
แค่เรือนพักของฉู่อี้และฉู่เผยเหวิน ก็ถูกลูกน้องของฉู่อี้คุ้มกันแน่นหนาประดุจถังเหล็ก อาหลานทั้งสองคิดหาทางเข้าไปเท่าใดก็ไม่อาจทำได้
ยามสาม [1] ผ่านพ้นไปแล้ว ทว่าแสงเทียนจากห้องหนังสือของฉู่อี้ยังคงสว่างอยู่
ฉู่อี้นั่งก้มหน้าก้มตาเขียนสิ่งใดบางอย่างอยู่หลังโต๊ะ จางหลิงยืนอยู่ข้างๆ หลายคราที่อยากเอ่ยปาก แต่ก็ต้องกลืนคำพูดลงไป สุดท้ายก็อดรนทนไม่ไหว จึงเอ่ยขึ้น “ท่านป๋อ ยามสามแล้ว ควรพักผ่อนได้แล้วขอรับ”
นับตั้งแต่ท่านป๋อของเขาก่อเรื่องใหญ่ในท้องพระโรง ก็ไม่ได้พักเลยแม้แต่วันเดียว รีบรุดหน้ามายังหมู่บ้านหยางหลิ่วโดยไม่หยุดพัก พอถึงจวน เวลาล่วงเลยมาถึงยามสามแล้วก็ยังไม่ยอมพักผ่อน
ฉู่อี้จรดพู่กันขีดสุดท้าย วางพู่กันลงบนแท่นวางพู่กัน แล้วพูดกับจางหลิงว่า “เจ้าออกไปก่อนเถิด คนที่ข้ารออยู่อีกไม่นานคงมาถึงแล้ว”
คนที่ท่านป๋อรอ? มิน่าเล่า เขาถึงสั่งให้องครักษ์คืนนี้ปลดเวรกลับไปนอนกันหมด
“ขอรับ ท่านป๋อ!”
ตอนที่จางหลิงกำลังจะถอยออกไป ก็เดินสวนกับอวิ๋นฉี่เยว่ที่ผลักประตูเข้ามา
ฉู่อี้ยืนอยู่ห