ฉู่อี้อมยิ้มพลางจูงมืออวิ๋นเจียวเดินไปยังต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลนัก “พวกเราไปคุยกันตรงนั้นดีกว่า ร่มรื่นดี”
ใกล้จะถึงเทศกาลตวนอู่แล้ว แสงแดดก็ยิ่งทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ แผดเผาผิวกายจนร้อนระอุ
ดูท่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้คงเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว ใต้ต้นไม้มีคนนำโต๊ะเก้าอี้และน้ำชามาวางเตรียมไว้เรียบร้อย
“นี่คือขนมหลงจิ่ง กำลังเป็นที่นิยมในเมืองหลวง รสชาติไม่เลว เจ้าลองชิมดูสิ”
ใต้ต้นไม้มีน้ำและผ้าสะอาดเตรียมไว้ให้ อวิ๋นเจียวล้างมือเสร็จก็หยิบขนมหลงจิ่งรูปใบไม้ขึ้นมาชิมคำหนึ่ง รสชาติหอมหวานละมุนลิ้น ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป และไม่เหนี่ยวติดฟัน อร่อยจริงๆ
อวิ๋นเจียวจึงหยิบอีกชิ้นขึ้นมากินต่อ ฉู่อี้รีบรินน้ำชาให้นาง “ดื่มน้ำก่อนเถิด ระวังติดคอ ข้าให้คนนำไปให้ท่านลุงกับท่านป้าแล้ว ของพวกนี้เก็บไว้นานไม่ได้ หากพวกเจ้ากินไม่หมดก็แบ่งให้คนอื่นไปบ้างก็ได้”
อวิ๋นเจียวรับน้ำชาที่ฉู่อี้ส่งมาให้จิบไปหนึ่งอึกพลางจ้องมองเขา “ท่านยังไม่ได้บอกข้าเลยว่าท่านทำอะไรในท้องพระโรง อย่าคิดว่าจะเอาขนมแค่ชิ้นสองชิ้นมาหลอกล่อข้าได้”
ฉู่อี้หัวเราะ “ข้าก็ไม่ได้คิดจะปิดบังเจ้าอยู่แล้ว ยัยเด็กแสบ แค่อยากให้เจ้าได้กินของอร่อยๆ ก่อนเท่านั้นเอง”
“เล่ามาเถิดเจ้าค่ะ อย่าพูดมาก” อวิ๋นเจียวไม่อยากฟังเข