าใส่เผยหมิ่นอย่างไม่ไยดี นับว่านางไร้สาระสิ้นดี ที่มาหึงหวงเด็กหญิงอายุเจ็ดขวบอย่างนาง นางคงเสียสติไปแล้วกระมัง! ฉู่อี้คงไม่ชอบหน้าเผยหมิ่นมาตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะนิสัยของนางเองนั่นแหละ ไม่ใช่เพราะตัวนางเสียหน่อย
อวิ๋นเจียวที่ถูกเกลียดชังและอิจฉาโดยไร้เหตุผล รู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างไม่ยุติธรรมสำหรับนางเอาเสียเลย
เผยซื่อโกรธฉู่อี้จนหน้าซีดเผือด ร่างกายโยกคลอนแทบทรงตัวไม่อยู่ หากไม่มีบ่าวรับใช้ประคองอยู่ข้างกาย เกรงว่านางคงล้มพับลงไปบนคันดินแล้ว นางชี้หน้าฉู่อี้ พูดอึกอักว่า ‘เจ้า’ อยู่นานกว่าจะพูดประโยคต่อไปได้
“เจ้าเด็กนอกคอก ลูกอกตัญญู ตระกูลเผยเป็นญาติฝ่ายมารดาของเจ้าแท้ๆ เจ้ายังกล้าพูดจาอุกอาจเช่นนี้ออกมาได้ เจ้า…”
ฉู่อี้แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา น้ำเสียงเต็มไปด้วยการยั่วยุ “ตระกูลเผยนับว่าเป็นใครกัน? ญาติฝ่ายมารดาข้าไม่มีแล้ว พวกเขาไปนอนอยู่ใต้ผืนดินกันหมดแล้ว หากตระกูลเผยอยากเป็นญาติฝ่ายมารดาข้ามากนัก ก็ลงไปอยู่ใต้ดินเสียสิ!”
“เจ้าลูกอกตัญญู! แม้ข้าจะเป็นแค่แม่เลี้ยง แต่ก็เป็นมารดาของเจ้า เจ้าพูดจาเช่นนี้กับข้า ไม่กลัวว่าขุนนางฝ่ายตรวจการจะทูลฟ้องหน้าพระพักตร์ว่าเจ้าอกตัญญูหรือไง? เจ้าทำให้บรรดาศักดิ์โหวที่สืบทอดต่อกันมาต้องลดลงมาเป็นแค่ป๋อแล้ว ยังไ