ม่หนำใจอีกหรือ? หรือว่าคิดจะทำให้บรรดาศักดิ์ขั้นป๋อนั่นหายไปด้วยหรืออย่างไร?”
ฉู่อี้มองเผยซื่อที่โกรธจนตัวสั่น รอยยิ้มเย็นชาที่มุมปากยิ่งชัดเจนขึ้น “บรรดาศักดิ์? ข้าไม่สนใจมันแม้แต่น้อย น่าเสียดาย สิ่งที่ข้าไม่ต้องการ ฮ่องเต้กลับพระราชทานให้ ส่วนบางคนที่อยากได้ ไขว่คว้าเท่าไรก็ไม่ถึง”
“เผยซื่อ ข้าขอเตือนท่านให้รู้จักวางตัวบ้าง คนอย่างข้า ปกป้องคนของตัวเองยิ่งชีพ! ตระกูลอวิ๋นเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้า หากไม่มีตระกูลอวิ๋น ข้าฉู่อี้ผู้นี้คงตายไปนานแล้ว!”
“จำใส่สมองท่านไว้ให้ดี การที่บรรดาศักดิ์ของข้าถูกลดลง ยังไม่นับว่าเท่าไรหรอก แต่ถ้าท่านทำให้ข้าโกรธขึ้นมาละก็ ข้าจะทำความผิดมหันต์ถึงขั้นต้องโทษฆ่าล้างเก้าตระกูล! อย่างไรเสียข้าก็ตายมาแล้วครั้งหนึ่ง มารดาก็ไม่มีส่วนท่านพ่อก็มีสภาพเช่นนี้ ตายไปก็ไม่เสียหายอะไร”
อุกอาจ! ช่างเป็นคำพูดที่อุกอาจยิ่งนัก!
บ่าวรับใช้ที่ติดตามเผยซื่อมาต่างหวังว่าตนเองหูหนวกไม่ได้ยินคำพูดนี้ของฉู่อี้ พวกเขากลัวถูกฆ่าปิดปาก!
ประโยคเดียวของฉู่อี้ที่พูดออกมาอย่างเรียบเฉย ทำให้เผยซื่อตื่นตระหนก นางจ้องฉู่อี้อย่างตกตะลึง เขา… เขาถึงกับกล้าพูดเช่นนี้…
ความผิดถึงขั้นฆ่าล้างเก้าตระกูล ไม่เพียงแต่คนตระกูลฉู่จะต้องถูกฆ่าล้างตระกูล แม้แต่คนตระกูลเผยก็ต้องถูกฆ่าล้างตระกูลด้วย