่อเรื่องวุ่นวายในท้องพระโรงจนทำให้ฮ่องเต้ทรงกริ้ว ก็เพราะครอบครัวของนาง”
เมื่อสตรีผู้นั้นได้ยินคำพูดดังกล่าว สายตาที่มองอวิ๋นเจียวก็แทบลุกเป็นไฟ นางก้าวพรวดเข้าหาอวิ๋นเจียว ยกมือขึ้นหมายจะตบ ทว่าโม่ซ่านกลับตาไวกว่าคว้าข้อมือของนางไว้ได้ก่อน
เผยซื่อไม่คิดว่าสาวใช้ตัวเล็กๆ จะกล้าล่วงเกินนาง ทันใดนั้นก็ตวาดเสียงเกรี้ยว “บังอาจ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร? ปล่อยมือข้าเดี๋ยวนี้!”
โม่ซ่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “จะเป็นใครก็ช่าง หากคิดจะรังแกคุณหนูของพวกข้า ก็ไม่มีทาง!”
เผยซื่อโมโหจนหน้าอกอิ่มกระเพื่อมขึ้นลง อวิ๋นเจียวได้แต่นินทาอยู่ในใจ หน้าอกที่เหมือนลูกโป่งสองลูกนั้น ไม่รู้ว่าถ้าโมโหไปกว่านี้จะระเบิดหรือไม่
ส่วนฉู่เผยเหวินผู้เป็นบิดาของฉู่อี้ กลับไม่สนใจเรื่องพวกนี้ เขารีบวิ่งไปหาอวิ๋นเจียวด้วยท่าทางร้อนรน “บอกข้ามาเร็วเข้า แม่ทัพเถี่ยของข้าอยู่ที่ไหน?”
อวิ๋นเจียวทำสีหน้าเศร้าสร้อย แล้วชี้นิ้วไปทางที่เผยซื่อยืนอยู่ พลางบอกกับฉู่เผยเหวินด้วยน้ำเสียงเศร้าสลดว่า “ถูกศัตรูวางแผนลอบสังหาร แถมยังตายแบบไม่เหลือซากศพอีก น่าเวทนานัก!”
ฉู่เผยเหวินมองตามปลายนิ้วของนาง ก็เห็นว่าเบื้องหน้าปลายเท้าของเผยซื่อไม่มีอะไรอยู่เลย เขาจึงเอื้อมมือไปยกเท้าของเผยซื่อ ทันใดนั้นเผยซื่อที่ไม่ทันระ