ที่สุด ตกลงเจ้าค่ะ ทำตามที่พี่ใหญ่ว่าก็แล้วกัน”
อวิ๋นฉี่เยว่ยิ้มแล้วพูดว่า “อืม พี่ไปก่อนนะ ต้องไปดูที่บ้านใหม่พอดี จะถือโอกาสไปขอคำแนะนำจากท่านอาจารย์ด้วย”
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้น พับแผนผังที่อวิ๋นเจียววาดไว้อย่างระมัดระวัง เก็บเข้าอกเสื้ออย่างทะนุถนอม จากนั้นก็เก็บพู่กันและหมึก อวิ๋นเจียวก็ออกไปพร้อมกับเขา
สองพี่น้องออกไปข้างนอก พอดีกับที่เฉาหลานเอ๋อร์มาเรียกพวกเขา “พี่สาม เจียวเอ๋อร์ ท่านลุงรองเรียกพวกท่าน”
สองพี่น้องได้ยินดังนั้นก็เข้าไปในห้องโถง เห็นทั้งหัวหน้าตระกูลและเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลต่างก็มีสีหน้าเสียดาย
หลังจากทักทายทุกคนแล้ว อวิ๋นเจียวก็ถามอวิ๋นโส่วจง “ท่านพ่อ มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?”
อวิ๋นโส่วจงกล่าวว่า “ท่านปู่ใหญ่ของเจ้า และท่านผู้อาวุโสทั้งหลายอยากให้พวกเรากลับเข้าตระกูลอวิ๋น ความเห็นของพ่อคือไม่กลับแล้ว แต่ก็ยังต้องขอถามความเห็นของพวกเจ้าสามพี่น้องก่อน”
อวิ๋นเจียวยิ้มพลางกล่าวว่า “ข้าเชื่อฟังท่านพ่อเจ้าค่ะ”
ผู้อาวุโสตระกูลอวิ๋นต่างก็มองไปที่อวิ๋นฉี่เยว่ด้วยสายตาคาดหวัง ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า อวิ๋นโส่วจงให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของบุตรชายคนโตผู้นี้มาก
อวิ๋นเจียหรงจึงกล่าวว่า “ฉี่เยว่ ปู่ใหญ่รู้ว่ายี่สิบปีมานี้นับตั้งแต่ที่พ่อของเจ้าออกจากตระกูลไป ชีวิตของพวกเจ้าคงลำบาก