ยหาหนังสือมาอ่านเพื่อผ่อนคลาย การคัดลอกหนังสือก็เป็นการฝึกฝนฝีมือไปในตัว”
อวิ๋นเจียวครุ่นคิด พี่ใหญ่ของนางเป็นคนที่มีเหตุผล และรู้จักควบคุมตัวเองอย่างมาก นางจึงไม่ต้องกังวลใจเรื่องนี้
ขณะที่กำลังดูหนังสืออยู่นั้น อวิ๋นเจียวก็นึกขึ้นได้ จึงเอ่ยถามอวิ๋นฉี่เยว่ว่า “พี่ใหญ่ ท่านคิดว่าหากพวกเราไปขอให้ร้านหนังสือเพิ่มข้อความลงไปท้ายเล่มสักประโยค ร้านหนังสือจะยอมหรือไม่เจ้าคะ?”
ทันใดนั้นนางก็หันกลับมา ดวงตาเป็นประกายราวกับอัญมณีสีดำ ท่าทางน่ารักเช่นนี้ทำให้อวิ๋นฉี่เยว่ใจละลายในทันที
อวิ๋นฉี่เย่วอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปแตะจมูกของนาง แล้วถามด้วยรอยยิ้ม “เจียวเอ๋อร์อยากเพิ่มประโยคอะไรหรือ?”
อวิ๋นเจียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยท่องออกมา
“ก่อนอาหารหลังขับถ่ายต้องล้างมือ โรคร้ายจะไม่ถามหา
หลังภัยพิบัติระวังโรคระบาด วิธีป้องกันต้องจำให้ดี
ไม่ดื่มน้ำฝนน้ำต้องต้มสุก ป้องกันแมลงไร้โรคภัย
อาหารต้องปรุงสุก ของเน่าเสียทิ้งไปไม่ควรเก็บ
บ้านต้องโปร่งลมต้องเข้า ผ้าห่มเสื้อผ้าต้องซักตากให้แห้ง
พบโรคระบาดก็แจ้งไป ป้องกันเร็วรักษาทันท่วงที”
หลังจากที่ไปเมืองจิ่วเจียงกับท่านพ่อและท่านแม่ แล้วประสบกับโรคระบาดครั้งนั้น ต่อมานางก็ขอให้เจ้าของร้านหนังสือที่นางไปขอให้เขาช่วยคัดลอกหนังสือช่วยค้นหาบทกลอน