ินที่ได้จากการขายไปซื้อที่นาเพิ่มอีกสองสามหมู่สำหรับบูชาบรรพบุรุษเถิดขอรับ”
อวิ๋นเจียชางรับไว้ จากนั้นก็ส่งต่อให้ชายหนุ่มตระกูลอวิ๋นที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วกล่าวขอบคุณว่า “ข้าขอเป็นตัวแทนของทุกคนในตระกูลขอบคุณเจ้า โส่วกวง พวกเจ้าสามพี่น้องช่างน่ายกย่องยิ่งนัก เมื่อประสบความสำเร็จแล้วก็ยังไม่ลืมคนในตระกูลและพี่น้องในหมู่บ้าน ภายใต้การนำของพวกเจ้า พวกเราคนในตระกูลอวิ๋นและคนในหมู่บ้านนี้ ต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน”
“ท่านลุงใหญ่ ท่านเกรงใจเกินไปแล้ว อีกอย่าง ของที่เจียงเถาจือขโมยไปยังไม่ได้เอามาคืน หากได้คืนมาแล้วก็จะนำมามอบให้ตระกูลด้วยขอรับ” อวิ๋นโส่วกวงและบุตรชายทั้งสองรู้สึกขอบคุณทุกคนในตระกูลอวิ๋นที่นั่งเป็นเพื่อนพวกเขาที่โถงบรรพชนตลอดทั้งคืน
ผู้เฒ่าอวิ๋น เถาซื่อ และอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ได้ยินคำพูดของอวิ๋นโส่วกวงแล้วก็รู้สึกเสียดายจนแทบกระอักเลือด ของพวกนั้นเหตุใดต้องยกให้คนในตระกูลด้วย? น่าเสียดายที่แม้พวกเขาจะกัดฟันจนแทบแตก ก็ไม่กล้าที่จะเปล่งความคิดในใจออกมา
“ท่านพ่อ บอกให้เถาจือเอาของที่ขโมยไปเมื่อคืนมาคืนเถิดขอรับ” น้ำเสียงของอวิ๋นโส่วกวงเย็นชา ผู้เฒ่าอวิ๋นยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับท่าทีเช่นนี้เท่าไรนัก เพราะที่ผ่านมา ลูกชายที่ซื่อสัตย์และขยันขันแข็งคนนี้ไม่เคยพูดจาแ