้วยังให้เตรียมน้ำแกงไก่ แสดงว่าพี่สะใภ้ใหญ่ต้องปลอดภัยแล้ว
“โม่จู๋ รีบไปแจ้งข่าวดีกับนายท่านและคนอื่นๆ บอกพวกเขาว่าพระโพธิสัตว์คุ้มครอง พี่สะใภ้ใหญ่รอดแล้ว”
“ขอรับ ฮูหยิน!” โม่จู๋รีบวิ่งออกจากบ้านตระกูลอวิ๋นเก่าเช่นกัน
“เจียวเอ๋อร์ เช่นนั้นเจ้าพักก่อนเถิด” ฟางซื่อโอบกอดนางด้วยความสงสาร บุตรสาวของนางอายุเพียงเจ็ดขวบ แต่กลับต้องมาวิตกกังวลเรื่องของผู้ใหญ่ นางจะไม่สงสารได้อย่างไร
อวิ๋นเจียวส่ายศีรษะ “ข้าขอรอจนหมอโจวตรวจอาการป้าสะใภ้ใหญ่เสร็จก่อนแล้วค่อยพักเจ้าค่ะ”
นางต้องรอให้หมอโจวตรวจชีพจรและเขียนเทียบยาให้จ้าวซื่อก่อน จากนั้นนางจึงจะถ่ายรูปเทียบยาให้แพทย์ประจำร้านขายยาบนเถาเป่าดู และให้เขาจ่ายยาแผนตะวันตกมาให้
ที่สำคัญคือ นางต้องทำให้ทุกคนคิดว่า การที่จ้าวซื่อรอดชีวิตมาได้ ไม่ใช่แค่เพราะอธิษฐานต่อเทพเจ้าหรือผีสางนางไม้เท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะการรักษาของหมอโจวด้วย
มิเช่นนั้น หากงมงายจนเกินไป ในอนาคตคนในหมู่บ้านนี้ป่วยก็จะไม่ยอมรักษา คิดแต่จะอธิษฐานต่อเทพเจ้าอย่างเดียว เช่นนั้นคงแย่แน่
หมอโจวมายังบ้านตระกูลอวิ๋นเก่าอีกครั้งด้วยอาการเร่งรีบ หลังจากตรวจชีพจรของจ้าวซื่อแล้ว หมอโจวก็เดินออกมาด้วยสีหน้ายินดี “รอดแล้ว!”
ขณะนั้น อวิ๋นโส่วกวงและบุตรชายที่วิ่งกลับมาพร้อมกันดี