ไม่ว่าจะเป็นตระกูลอวิ๋นหรือชาวบ้านในหมู่บ้านไหวซู่ ในช่วงนี้ต่างก็ได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวอวิ๋นโส่วจงเป็นอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็นที่นาที่มอบให้เป็นสวัสดิการแก่คนชรา หรือสำนักศึกษาที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่เด็กๆ ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวอวิ๋นโส่วจงยังจ้างคนงานทั้งงานในไร่และที่โรงผลิตเครื่องประทินผิว
ต่อให้ไม่ใช่ทั้งหมู่บ้าน แต่อย่างน้อยๆ ก็ครึ่งหมู่บ้านที่รู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของพวกเขา พอบ้านอวิ๋นโส่งกวงเกิดเรื่อง อวิ๋นโส่วกวงและครอบครัวพากันสวดมนต์ภาวนาขอพรให้กับจ้าวซื่อ ชาวบ้านหลายคนที่เห็นจึงเข้าร่วมด้วย
โดยเฉพาะที่ตระกูลอวิ๋น หลังจากที่หัวหน้าตระกูลเคาะฆ้องเรียก คนตระกูลอวิ๋นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็ออกมา
อวิ๋นเจียหรงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด จากนั้นก็วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย บวกกับที่ทุกคนได้เห็นกับตาว่าครอบครัวของอวิ๋นโส่วกวงได้รับความชื่นชมจากท่านโหว และยังได้รับของรางวัล พวกเขาจึงอยากจะหาโอกาสเอาใจ
ครั้งนี้พอจ้าวซื่อเกิดเรื่อง บ้านใหญ่ บ้านรองและบ้านสามต่างพากันสวดมนต์ภาวนาขอพร จึงเป็นโอกาสอันดีที่พวกเขาจะได้แสดงจุดยืนบ้าง ทันใดนั้น ในโถงบรรพชนตระกูลอวิ๋นก็แออัดไปด้วยบุรุษตระกูลอวิ๋นที่คุกเข่าอยู่เต็มไปหมด
ส่วนบริเวณนอกโถงก็เต็มไปด้วยสตรีตระกูลอวิ๋นที่คุกเข