้เฆี่ยนด้วยไม้โบยคนละยี่สิบที ตีให้จิตใจพังทลายก่อนแล้วค่อยว่ากัน ไม่นานนัก ก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับสุกรถูกเชือดดังออกมาจากห้องทั้งสามห้องของหน่วยรักษาความสงบท้องถิ่น
เจ้าหน้าที่ทางการเชิญอวิ๋นฉี่เยว่ให้ไปที่ห้องขังของเจียงต้าไห่ ส่วนฉู่อี้ก็ตามไปด้วย
ทันทีที่เข้าไปในห้อง อวิ๋นฉี่เยว่ก็ประสานมือค้อมกายให้เจ้าหน้าที่ที่กำลังเฆี่ยนเจียงต้าไห่อยู่แล้วกล่าวว่า “หวังกุ้ยสารภาพแล้ว บอกว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแผนการของเจียงต้าไห่ เจียงต้าไห่ให้เงินเขา จ้างวานเขาใส่ร้ายร้านเม่าไช่เพื่อบังคับให้พวกเขามอบสูตรให้…”
ระหว่างที่อวิ๋นฉี่เยว่พูด เจ้าหน้าที่ทางการสองคนต่างมองเขาด้วยแววตาชื่นชมราวกับเห็นเทพเซียน เด็กหนุ่มอายุสิบสามสิบสี่ปีกลับใช้เล่ห์เหลี่ยมของศาลาว่าการอย่างชำนาญยิ่งนัก
พวกเขายังไม่ได้เอ่ยปากบอกเลยสักคำ เดิมทีการเชิญอวิ๋นฉี่เยว่มา ก็แค่ให้มาพอเป็นพิธีและช่วยจดบันทึกคำให้การ จากนั้นพวกเขาจะไปหลอกถามอีกสองคนเอง
นายอำเภอตั้งใจแน่วแน่ว่าจะปิดคดีนี้โดยเร็ว และต้องการสร้างผลงาน พวกเขาจึงมิอาจทำให้ล่าช้า อวิ๋นฉี่เยว่นั้นรู้ความช่วยแบ่งเบาภาระของพวกเขาได้มาก
ส่วนเจียงต้าไห่ ไหนเลยจะเคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน บั้นท้ายถูกเฆี่ยนจนปวดแสบปวดร้อน สติสัมปชัญญะกระเจิดกระเจิงไ