หวังเหล่าจิ่วครุ่นคิดตามก็เห็นว่าจริงดังว่า จึงยอมตกลงอย่างเสียไม่ได้
เจียงต้าไห่เองก็ไม่เต็มใจนัก แต่เมื่อธนูขึ้นสายแล้ว ไฉนเลยจะไม่ยิงออกไป ยามคับขันเช่นนี้ ไร้ซึ่งลูกธนูไม่ได้ เขาย่อมไม่กล้าทำให้เกิดข้อผิดพลาด ดังนั้นจึงเขียนสัญญาหนี้ขึ้นมา แล้วยังประทับลายนิ้วมือลงไปด้วย
หวังเหล่าจิ่วอ่านหนังสือไม่ออก ไม่ค่อยวางใจในสิ่งที่เจียงต้าไห่เขียน จึงคิดจะออกไปข้างนอกหาบัณฑิตซิ่วไฉขาพิการที่อยู่หัวมุมถนนให้ช่วยดู แต่กลับถูกหวังกุ้ยตวาดเสียงดังจนหน้าเจื่อน
“เจ้าจะไปไหน…”
หวังเหล่าจิ่วยิ้มแห้งๆ “พี่หกก็รู้ว่าข้าอ่านหนังสือไม่ออก ก็แค่อยากจะหาคนช่วยดูให้หน่อย”
หวังกุ้ยพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าไม่เชื่อใจเขา หรือว่าไม่เชื่อใจข้าเล่า? ข้าเห็นที่เขาเขียนอยู่ เขียนว่าเป็นหนี้เจ้าหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ภายในหนึ่งเดือนต้องคืนให้!”
หวังเหล่าจิ่วคิดจะยึดตำบลไป๋อวิ๋นเป็นที่หากิน ย่อมต้องพึ่งพาหวังกุ้ย จึงยิ้มเจื่อนๆ กล่าวว่า “จะไม่เชื่อใจพี่หกได้อย่างไรเล่า เพียงแต่ข้า… ข้าลืมไปว่าท่านอ่านหนังสือออกก็เท่านั้น”
“พอแล้วๆ รีบไปเสียตอนที่ฟ้ายังมืดอยู่ รอเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่อยกลับมา”
หวังเหล่าจิ่วโค้งคำนับอย่างรีบร้อน “ขอรับ ข้าเตรียมห่อสัมภาระไว้แล้ว จะออกเดินทางเดี๋ยวนี้!” พูดจบก็เก็บ