ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็รู้สึกไม่พอใจนัก พอได้อยู่สบายแล้วจะให้กลับไปอยู่ลำบากคงไม่ได้! ช่วงนี้เขามีคนปรนนิบัติ มีคนยกยอปอปั้น จนแทบลอยขึ้นฟ้า ราวกับตนเป็นนายท่านผู้เฒ่า
ก่อนหน้านี้เพราะเรื่องอับอายขายหน้าติดๆ กัน เขาถึงกับไม่กล้าออกจากบ้าน แต่ตั้งแต่มีชุ่ยเหนียงมาดูแล เขาก็ได้ใส่เสื้อผ้าหรูหรา กินดีอยู่ดี มีความมั่นใจขึ้นมาอีกครั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากถูกชุ่ยเหนียงพยุงไปเดินเล่นรอบหมู่บ้าน ชาวบ้านที่พบเจอต่างก็มองมาด้วยแววตาอิจฉา แม้คำพูดของพวกเขาจะแฝงความแดกดันอยู่บ้าง แต่เขาก็รู้สึกสบายใจ
เขาชอบความรู้สึกที่ถูกคนอื่นอิจฉาริษยา เพราะแบบนี้ เขาจึงกลัวว่าอวิ๋นโส่วจงจะมายึดทุกอย่างไป
“ช่างเถิด ข้าหวังดีกลับไม่มีใครเห็นค่า ข้าไม่น่ามาที่นี่เลย! เอาล่ะ พวกเจ้าคงคิดกันดีแล้ว คนแก่เช่นข้า คงไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยแล้ว แต่ว่าเจ้ารอง ถึงพวกเจ้าไม่ฟังคำเตือนของข้า ข้าก็ไม่โกรธเคืองพวกเจ้าหรอก บนโลกนี้ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนเกลียดชังลูกในไส้ตัวเองหรอก”
“รอเจ้าห้าสอบขุนนางได้ พ่อจะให้เจ้าห้าช่วยเหลือพวกเจ้าเอง ชุ่ยเหนียง พวกเรากลับกัน!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นจงใจยืดอกเชิดหน้าออกไป เขาต้องการแสดงให้อวิ๋นโส่วจงเห็นว่า เขามิได้เสพสุขอย่างเปล่าประโยชน์ ในใจเขายังคำนึงถึงอีกฝ่าย รอให้เจ้าห้