ารุ่งเรืองเมื่อไร จะต้องคอยช่วยเหลือครอบครัวของพวกเขา
แต่เขากลับไม่คิดบ้างเลยว่าในบ้านหลังนี้ใครบ้างที่ยังสนใจคำสัญญาที่ให้ไว้สิบกว่าปีแล้ว?
ผู้เฒ่าอวิ๋นกลับไปที่บ้านหลังเก่าด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว เถาซื่อเห็นดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องถามให้มากความ ย่อมรู้ว่าเขาต้องไปเจอเรื่องขัดใจที่บ้านเจ้ารองมาแน่ๆ จึงไม่ยอมปล่อยโอกาสที่จะซ้ำเติมผู้เฒ่าอวิ๋นอีกสักรอบ
บ้านตระกูลอวิ๋นเก่าก็วุ่นวายโกลาหลขึ้นมาอีกครั้ง ว่ากันว่าตั้งแต่ชุ่ยเหนียงมาปรนนิบัติผู้เฒ่าอวิ๋น สองผัวเมียเฒ่าก็ทะเลาะกันจนบ้านแทบแตก
ส่วนบ้านของอวิ๋นโส่วจง ทุกคนปรึกษากันแล้วจึงตัดสินใจทำตามความเห็นของอวิ๋นเจียว ปิดร้านพักผ่อนสักสองสามวันถือโอกาสนี้ปรับปรุงเตาไปด้วย
ณ ห้องหนังสือในจวนของฉู่อี้ที่หมู่บ้านหยางหลิ่ว
จางหลิงรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านเม่าไช่ให้ฉู่อี้ฟังอย่างละเอียด ใบหน้าของฉู่อี้ พลันเย็นชาราวกับถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง
“คนของภัตตาคารฝูอวิ้น?”
จางหลิง “ขอรับ คนของข้าน้อยรายงานมาว่า เห็นหลงจู๊ภัตตาคารฝูอวิ้นที่อำเภอจิ่วจิ้น ติดต่อกับเจียงต้าไห่และหวังกุ้ย หัวหน้าหน่วยรักษาความสงบท้องถิ่นแห่งตำบลไป๋อวิ๋น”
นิ้วเรียวของฉู่อี้เคาะลงบนโต๊ะอย่างเป็นจังหวะ จางหลิงรู้ดีว่านี่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าผู้เป็นนายกำลังครุ่นคิด
เบื้องหลังภัตตา