คารฝูอวิ้นคนทั่วไปคิดว่าเป็น อู๋เยว่ เสนาบดีกรมกลาโหม แต่จริงๆ แล้ว เจ้าของที่แท้จริงคือ ฉินหรง เฉิงเต๋ออ๋องซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ฮ่องเต้โปรดปรานมากที่สุด
ส่วนภัตตาคารอิ๋งเซียนเบื้องหน้าเป็นของ หลินเจี่ยนจือ เสนาบดีกรมอาญาแต่จริงๆ แล้วกลับเป็นของเขาเอง
“เรื่องยุ่งยากของตระกูลอวิ๋น คราวนี้เป็นเพราะพวกเราดึงดูดเข้ามาเอง” ฉู่อี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ที่ผ่านมาภัตตาคารฝูอวิ้นกับภัตตาคารอิ๋งเซียนเป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอด คราวนี้ภัตตาคารอิ๋งเซียนเริ่มขายหม้อไฟทำให้ยอดขายของภัตตาคารฝูอวิ้นทั้งในเมืองหลวงและเมืองจิ่วเจียงตกลงอย่างมาก ภัตตาคารฝูอวิ้นย่อมทนต่อไปไม่ไหวแน่ๆ
“เจ้าไปดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเอง อย่าให้เกิดข้อผิดพลาดเด็ดขาด ข้าต้องการหลักฐานที่ชัดเจนว่าภัตตาคารฝูอวิ้นคิดทำลายร้านเม่าไช่ของตระกูลอวิ๋น!”
จางหลิงสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะประสานมือคารวะ“ขอรับ ท่านโหว!”
ฉู่อี้สั่งต่อว่า “ส่งจดหมายไปเมืองหลวงบอกคนผู้นั้นว่ารอรับของขวัญชิ้นโตจากพวกเราได้เลย!”
“ขอรับ ท่านโหว!”
ตอนที่จางหลิงกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปก็พลันนึกขึ้นได้ว่ายังมีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้รายงานจึงรีบหันกลับมารายงานฉู่อี้ว่า “ท่านโหว คุณชายอวิ๋นฉี่เยว่ทิ้งโม่จู๋ไว้ที่ตำบลขอรับ”
ทิ้งโม่จู๋ไว้? นี่เป็นการแสดงเจตนาว่าต้องการใช้