จิ้งคือโดนพิษ
ในเมื่อหมอก่วงถูกเชิญมาแล้ว ย่อมไม่มีทางล้มเลิกการตรวจชีพจรเพราะคำพูดของหัวหน้าหวังเพียงไม่กี่คำ เขาตรงไปที่ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง ยื่นมือออกไปหมายจะจับชีพจร ทว่าชายคนนั้นกลับรีบชักมือกลับ ไม่ยอมให้เขาแตะต้อง
พอเปลี่ยนเป็นคนอื่น ก็ยังคงเป็นเช่นนี้อยู่ คนกลุ่มนี้ต่างพากันหลบเลี่ยงหมอก่วง ทุกคนเห็นแล้วว่าต้องมีลับลมคมใน แต่เพราะหัวหน้าหวังอยู่ที่นี่ จึงไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกไป
หมอก่วงตรวจชีพจรไม่ได้ อวิ๋นเจียวจึงเอ่ยขึ้น “ท่านหมอเจ้าคะ เมื่อครู่นี้หมอคนนั้นบอกว่าพวกเขาโดนพิษ บอกว่าในอาหารมียาพิษ และเป็นอันตรายถึงชีวิตเจ้าค่ะ”
ตอนนี้นางจะไม่รู้แผนการของอวิ๋นฉี่เยว่ได้อย่างไร ฉะนั้นจึงพูดแทรกขึ้นโดยไม่รู้สึกกดดันแม้แต่น้อย
หมอก่วงมองหมอเจิ้งอย่างพิจารณา จากนั้นก็มองไปที่หัวหน้าหวัง ก่อนจะกวาดตามองชายฉกรรจ์ที่ส่งเสียงโวยวาย
หัวหน้าหวังกล่าว “ท่านหมอก่วง ปกติท่านก็ยุ่งมากไม่ใช่หรือขอรับ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จะรบกวนท่านได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นหมอเจิ้งก็ตรวจดูให้แล้ว”
เขาต้องการบอกให้หมอก่วงอย่ายุ่งเรื่องของคนอื่น
หมอก่วงแค่นเสียงเย็นชาแล้วพูดว่า “ข้ารักษาคนไข้มานานหลายสิบปี แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าโดนพิษหรือไม่ คนพวกนี้มีใบหน้าแดงปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากและลิ้นมีสีปก