ทุกคนมองดูเจียงต้าไห่ที่วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง ต่างพากันซุบซิบนินทาตามหลังเขาไป บางคนที่จำเขาได้ก็พูดว่า “นั่นไม่ใช่เจ้าของร้านขายของชำสกุลเจียงหรือ ไยยอมให้คนมาต้มตุ๋นกันง่ายๆ เช่นนี้?”
ตัวเองถูกเทขยะใส่หัว แล้วยังถูกคนที่เทขยะไถเงินไปอีกสิบตำลึง ไม่เรียกว่าต้มตุ๋น แล้วจะเรียกว่าอะไร?
“หรือว่าสมองไม่ดี เขามีลูกชายโง่งมอยู่คนหนึ่งไม่ใช่หรือ? คงจะเหมือนพ่อมันไม่มีผิด”
“นั่นสิ เห็นทีคนผู้นี้คงมีเชื้อโง่”
พ่อค้าแผงลอยที่ได้รับเงินยังคงงงงวย ขณะที่เขากำลังหิ้วตะกร้าขยะเดินผ่านร้านขายเม่าไช่ ก็ถูกเด็กหนุ่มสวมชุดสีเทาคนหนึ่งดึงตัวไว้ แล้วยัดเหรียญอีแปะให้เขาจำนวนหนึ่งพร้อมกับกระซิบข้างหู บอกให้เขาเทขยะใส่คนที่หลบอยู่หลังกองขยะ แล้วให้บอกกับคนผู้นั้นว่าจะเรียกค่าเสียหาย
เดิมทีเขาไม่เชื่อ แต่เมื่อได้รับเงินมาแล้ว การเทขยะก็เป็นเรื่องง่ายๆ ลองไถเงินดูก็ไม่เสียหายอะไร ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายกลับ… ยอมจ่ายจริงๆ!
เขากะน้ำหนักก้อนเงินในมือ ในใจก็ขอบคุณบรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของโม่จู๋ด้วยความซาบซึ้ง จากนั้นก็จากไปด้วยใบหน้าแช่มชื่น
ความวุ่นวายตรงกองขยะ ตกอยู่ในสายตาของอวิ๋นฉี่เยว่และน้องสาว อวิ๋นเจียวชะโงกหน้าไปใกล้หูของพี่ชาย กระซิบถามว่า “พี่ใหญ่ คนผู้นั้นคือเจียงต้าไห่ใช่ไหม