เจ้ารู้สึกตัวแล้วรึ ? ”
ไม่นานความคิดของตงหลินหยานเซว่ก็แจ่มชัดขึ้นมา นางรับรู้ได้ว่านางอยู่ในอ้อมแขนของเจี้ยนเฉิน ซึ่งทำให้ใบหน้าของนางแดงขึ้นมาเพราะความอาย
แต่ต่อมาจู่ ๆ นางก็นึกถึงบางอย่างและทำการตรวจสอบรอบตัว นางถามขึ้นมาด้วยความกังวล “ฉิงฉันอยู่ที่ไหนกัน ? เขาไม่ได้ฆ่าเรารึ ? เราหนีมาได้ยังไง ? ”
เจี้ยนเฉินหัวเราะและตอบกลับว่า “เราโชคดี ตอนที่ฉิงฉันต้องการจะฆ่าเรา มันกลับมีสัตว์อสูรที่ดุร้ายปรากฏตัวขึ้นมา สัตว์อสูรนั้นเหมือนกับแค้นเคืองฉิงฉัน มันได้เข้าต่อสู้กับฉิงฉัน สำหรับข้าแล้ว ข้าได้อุ้มเจ้าและหนีมาระหว่างตอนที่เกิดการต่อสู้และโชคดีที่หนีพ้นจากภัยพิบัติมาได้”
ตงหลินหยานเซว่หลงเชื่อในคำพูดของเจี้ยนเฉิน นางรู้สึกว่านางโชคดี “สัตว์อสูรนั่นน่าจะเป็นราชาเทพส่วนสูงสุด ไม่งั้นคงไม่อาจจะเป็นคู่มือของฉิงฉันได้ เกือบไปแล้วจริง ๆ หากไม่ใช่เพราะสัตว์อสูรนั่น เราอาจจะไม่รอดจนถึงตอนนี้”
ตอนที่นางพูดถึงจุดนี้ จู่ ๆ นางก็นึกได้ว่าเจี้ยนเฉินยังอุ้มนางอยู่ นางหน้าแดงขึ้นมาและพูดขึ้นมาว่า “เจียงหยาง ปล่อยข้าลง”
เจี้ยนเฉินเงียบไป เขาก้มหน้าลงไปมองตงหลินหยานเซว่และพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เจ้