ตระกูลอวิ๋น
เมื่อชุ่ยเหนียงช่วยพยุงผู้เฒ่าอวิ๋นไปนั่งที่ห้องโถง บนโต๊ะก็มีชามและตะเกียบวางเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดสี่ชุด!
เถาซื่อนั่งอย่างสง่าผ่าเผย บอกกับชุ่ยเหนียง “ตักข้าวให้ข้าสิ!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เองก็ทำท่าทางเป็นคุณหนูเอ่ยขึ้น “รีบเอาอาหารในกล่องออกมาสิ เห็นไหมว่าทุกคนหิวกันจะแย่อยู่แล้ว”
ชุ่ยเหนียงไม่ได้ตอบโต้แต่กลับเข้าไปพยุงผู้เฒ่าอวิ๋นให้นั่งลงก่อน จากนั้นจึงเปิดกล่องนำอาหารข้างในออกมา ซึ่งมีเพียงโจ๊กหนึ่งชามเท่านั้น นอกนั้นไม่มีอะไรแล้ว
ผู้เฒ่าอวิ๋นเองก็รู้สึกงุนงง เหตุใดถึงมีแค่โจ๊กชามเดียว?
ชุ่ยเหนียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “นายท่านผู้เฒ่าร่างกายยังอ่อนแออยู่ ยามนี้ยังไม่ควรรับประทานอาหารหนักๆ นี่เป็นโจ๊กที่นายท่านรองสั่งให้คนต้มจากไก่ตุ๋นโสมเพื่อให้นายท่านผู้เฒ่าโดยเฉพาะ เหมาะกับการบำรุงร่างกายที่สุดแล้วเจ้าค่ะ”
แท้จริงแล้วนี่เป็นโจ๊กที่ต้มให้กับอวิ๋นฉี่ซาน แต่เผอิญตักแบ่งใส่ชามมาให้ผู้เฒ่าอวิ๋นด้วย พอเอ่ยออกจากปากชุ่ยเหนียง กลับกลายเป็นโจ๊กที่ต้มให้กับผู้เฒ่าอวิ๋นโดยเฉพาะ
ชุ่ยเหนียงเป็นคนที่ฟางซื่อคัดเลือกมาอย่างดี ไม่เพียงแต่รูปร่างหน้าตาสะสวย เสียงยังไพเราะนุ่มนวลเป็นพิเศษ เมื่อได้ยินชุ่ยเหนียงอธิบายเช่นนี้ ผู้เฒ่าอวิ๋นก็รู้สึกยินดี ไก่