แต่ครั้นจะใช้งานบ่าวไพร่ นางก็ไม่เคยใช้มาก่อน จะออกคำสั่งอย่างไรดีเล่า? จริงสิ! เจ้ารองมิได้บอกหรือว่านางมีฝีมือนวดดีนัก
เถาซื่อวางมาดเอ่ยถาม “เจ้าชื่อชุ่ยเหนียงหรือ?”
ชุ่ยเหนียงโค้งคำนับ “เรียนฮูหยินผู้เฒ่า บ่าวแซ่กู่ ชื่อชุ่ยเหนียงเจ้าค่ะ”
ท่าทีนอบน้อมเช่นนี้ ยิ่งทำให้เถาซื่อเหลิง ฝ่ายผู้เฒ่าอวิ๋นเองยิ่งมองชุ่ยเหนียงก็ยิ่งถูกใจ
เถาซื่อเอ่ยว่า “เช่นนั้นเจ้ามานวดขาให้ข้าหน่อย” พูดจบก็นำเท้าที่ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ ยื่นไปตรงหน้าชุ่ยเหนียง
อวิ๋นโส่วจงเย้ยหยัน “บ่าวไพร่ที่ข้าซื้อมานั้นไว้ปรนนิบัติท่านพ่อ มิใช่ซื้อมาให้คนไม่เกี่ยวข้องเรียกใช้ ท่านพ่อ หากท่านไม่เห็นความหวังดี ข้าพาคนกลับก็ได้ขอรับ”
เถาซื่อได้ยินดังนั้นก็โมโหจนแทบจะล้มหงายหลัง เท้าที่ยื่นออกไปก็ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ จะเก็บก็ไม่ใช่ จะยื่นต่อก็ไม่ได้
คำพูดที่ผู้เฒ่าอวิ๋นเอ่ยปากออกไปก่อนหน้า เป็นเพียงคำพูดตามมารยาท เขาจะยอมให้อวิ๋นโส่วจงพาคนกลับไปได้อย่างไร จะต้องรู้ว่าการมีบ่าวไพร่คอยปรนนิบัติ เป็นสิทธิพิเศษของเศรษฐีมีอันจะกิน
นี่แสดงให้เห็นว่าเจ้ารองยินยอมดูแลเขา หากชาวบ้านรู้ว่าเขามีคนรับใช้คอยปรนนิบัติ คงต้องอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถบ
ขณะนี้เขากำลังคิดว่าพรุ่งนี้จะพาชุ่ยเหนียงไปอวดใครดี ให้พวกเขาเลิกพูดจาเหน็บ