คำพูดของเขากรอกหูผู้เฒ่าอวิ๋นราวกับร่ายมนตร์สะกด จนใจของผู้เฒ่าอวิ๋นลำเอียงไปทางพวกเจียงต้าไห่โดยสมบูรณ์ ไม่คิดจะสนใจแล้วว่าอวิ๋นโส่วเย่าจะทำตัวห่างเหินกับเขาหรือไม่ คิดเพียงแต่ลูกเขยยังเข้าใจอะไรมากกว่าลูกคนที่สามของเขาเสียอีก
“พวกเจ้ามีน้ำใจเช่นนี้ ข้าจะจดจำไว้ พวกเจ้าวางใจได้ รอให้น้องห้าของเจ้าสอบได้เป็นขุนนาง เมื่อนั้นย่อมไม่ลืมน้ำใจของพี่เขยอย่างเจ้าแน่นอน เขาสอบผ่านถงเซิงแล้ว การสอบเป็นบัณฑิตซิ่วไฉย่อมไม่มีปัญหา”
เจียงต้าไห่รีบยิ้มรับ “น้องห้าของข้าต้องมีอนาคตไกลอย่างแน่นอน สักวันหนึ่งจะต้องได้เป็นขุนนางให้ท่านแม่ได้รับแต่งตั้งเป็นฮูหยินตราตั้ง ท่านพ่อก็จะได้เป็นท่านพ่อของขุนนาง!”
เถาซื่อได้ฟังคำเยินยอจนปลื้มปริ่มใจ ยิ้มกว้างพลางเอ่ยสนับสนุน “ข้าว่าเจวียนเอ๋อร์พูดถูก เจ้ารองมิใช่ว่ามีเงินหรือ ไหนๆ ก็ทำดีกับเจ้าสามแล้ว ก็เพิ่มสินเดิมให้เหลียนเอ๋อร์ไว้มากหน่อย ตอนนี้คนที่ร้อนใจน่ะคือพวกเขา ไม่ใช่พวกเราเสียหน่อย พวกเราต้องรักษาท่าทีไว้บ้าง”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รีบเสริมทันที “ท่านแม่รอบคอบเสมอเจ้าค่ะ”
ส่วนเจียงเทียนเป่าแม้ภายนอกจะดูสูงใหญ่กำยำ แต่แท้จริงแล้วเป็นคนขี้ขลาด เขาไม่ได้สลบเพราะบาดเจ็บ แต่เป็นเพราะตกใจที่เห็นเลือดตัวเองต่างหาก
ตอนนี้บาด