อวิ๋นก็ไม่ปริปากสักคำ
ความเงียบสงัดเบื้องหลังทำให้หมอแสยะยิ้มอย่างดูถูก เขารักษาคนไข้มานานหลายปี เคยเจอคนไข้ที่เจ้าเล่ห์เพทุบายมานักต่อนัก ปกติหากพบเจอครอบครัวที่ยากจนเขามักจะช่วยเหลือเต็มที่ และหากเลี่ยงได้ก็จะไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ แต่สำหรับคนตระกูลอวิ๋นที่ไร้ศีลธรรมเช่นนี้ เขาก็มีวิธีจัดการเช่นกัน
เขาเดินไปยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านตระกูลอวิ๋นเก่า แล้วตะโกนเสียงดังฟังชัดว่า “พี่น้องทั้งหลายโปรดมาตัดสินทีเถิด คนบ้านตระกูลอวิ๋นเก่าได้รับบาดเจ็บให้ข้ามาช่วยรักษา ตอนข้ามาถึงก็พูดดีนักหนา บอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ให้ใช้ยาดีที่สุดก็พอ”
“ข้าก็ใช้ยาดีที่สุดให้พวกเขาไปแล้ว แต่พวกเขากลับเบี้ยวค่ารักษาไม่ยอมจ่ายเงิน ถือว่าข้าโชคร้ายที่ไปหลงเชื่อคนพรรค์นี้ อย่างมากข้าก็แค่แกะยาออก ทิ้งให้เสียเปล่าไปก็สิ้นเรื่อง แต่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กลับขวางข้าไม่ให้ข้าแกะยา”
“เจียงต้าไห่กับผู้เฒ่าอวิ๋นอยู่ที่นั่นแท้ๆ แต่พวกผู้ชายกลับไม่มาขวาง ปล่อยให้ผู้หญิงมาขวางข้า พวกเขาคิดอะไรกันแน่? โชคดียังที่ข้าถอยออกมาทัน ไม่อย่างนั้นทั้งที่พ่อและสามีของนางก็อยู่ด้วย หากถูกใส่ร้ายว่าล่วงเกินนางละก็ ข้าคงอธิบายไม่ไหวแน่ๆ!”
น้ำเสียงของหมอดังกึกก้อง ทุกคำพูดชัดถ้อยชัดคำเล็ดลอดเข้าไปในห้องโถงบ้านตระกูลอวิ๋