ญ์และเขามักจะพูดออกมาอย่างสุภาพและนุ่มนวล เสียงของเขาราวกับลมในฤดูใบไม้ผลิซึ่งต่างก็ทำให้ผู้คนชื่นชอบในตัวเขา
แต่สิ่งที่ปรมาจารย์ชูทำนี้ตรงกันข้ามกับลักษณะที่เขาแสดงออกมา ทันทีที่เขาพูดจบ เขาได้ระเบิดความเร็วอันน่ากลัวและปรากฏตัวตรงหน้าเจี้ยนเฉิน เขายกมือขึ้นเอื้อมเข้าหาเจี้ยนเฉิน ราวกับว่ามือของเขรามีพลังที่จะล้อคศัตรูเอาไว้ได้
ก่อนหน้านี้ ปรมาจารย์ชูยังดูไร้พิษสง แต่ต่อมาเขากลับกลายเป็นสัตว์อสูรที่ดุร้ายซึ่งน่ากลัวอย่างมาก เขาดูโหดร้ายและไร้ปราณี
เจี้ยนเฉินรู้สึกว่าร่างกายแข็งทื่อไปราวกับว่ามีพลังลึกลับแผ่ออกมาจากมือของปรมาจารย์ชู ล็อคเขาเอาไว้ เขารู้สึกราวกับตกอยู่ในทรายดูด
เจี้ยนเฉินเครียด เขายากจะหาคนที่แข็งแกร่งทัดเทียมปรมาจารย์ชูได้ ชายคนนี้อยู่คนละระดับกับไป่เฮฺอและไป่ฉี มันเป็นความกดดันที่มากที่สุดที่เขาพบตั้งแต่ที่ขึ้นเป็นราชาเทพ
แม้แต่ตอนที่เขาเจอราชาเทพ 10 คนรายล้อม เขาก็ไม่ได้กดดันเช่นนี้
เจี้ยนเฉินหรี่ตาลง ปรมาจารย์ชูเองก็เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและเข้ามาถึงตัวเขาได้ ด้วยระยะห่างที่ใกล้เช่นนี้ เขาไม่อาจจะใช้กระบี่ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นเขาจึงใช้มือซ้ายและโจมตีออกไปด้วยพลังบรรพกาล
เจี้ยนเฉินไม่ได้ยั้งมือในการโจมตีครั้งนี้ เขาโจมตีสุดกำลัง เขาฉีกมิติที่ล็อคเขาไว้และเข้าปะทะกับมือของ ปรมาจารย์ชู
ฝ่ามือของทั้งสองปะทะกันราวกับดวงดาวที่พุ่งเข้าชนกัน มันระเบิดแรงสะท้