อวิ๋นโส่วจงเอ่ย “ทำสัญญาหนี้ก็ได้ แต่ในสัญญาต้องระบุอย่างชัดเจนว่าจะชำระคืนเดือนละเท่าไร ดอกเบี้ยเท่าไร และจะชำระคืนทั้งหมดเมื่อไร”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้เฒ่าอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “เจ้ารอง เจ้าอย่าใจร้ายนักเลย อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็เป็นน้องสาวเจ้า นางกับครอบครัวก็ต้องใช้ชีวิต เจ้าเป็นถึงเจ้าของที่ดิน ไม่ได้ขาดเงินทองเสียหน่อย เหตุใดจึงต้องบีบบังคับน้องสาวกับครอบครัวมากเช่นนี้?”
อวิ๋นโส่วจงไม่ได้ตอบโต้ เพียงแต่หันไปพูดกับผู้ใหญ่บ้านต่อ “เพียงแต่ไม่ต้องให้ข้าเป็นเจ้าหนี้ แต่ให้เขียนให้กับหมู่บ้านไหวซู่ โดยให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้รับ ส่วนเงินจำนวนนี้ก็นำไปช่วยเหลือคนยากไร้ อายุหกสิบปีขึ้นไปในหมู่บ้านของเรา ใช้สำหรับซื้อผ้าห่มและข้าวสารให้พวกเขาในช่วงฤดูหนาว หรือใช้ซ่อมแซมบ้านเรือนก็ได้ขอรับ”
“ข้า อวิ๋นโส่วจง จะไม่แตะต้องเงินจำนวนนี้แม้แต่อีแปะเดียว ถือว่าเป็นการสะสมบุญให้บุตรชายคนรองของข้าก็แล้วกัน!”
สิ้นคำของอวิ๋นโส่วจง ผู้เฒ่าอวิ๋นก็พูดอะไรไม่ออก หากเขายังคงต่อว่าอวิ๋นโส่วจงต่อไป ผู้อาวุโสในตระกูลและผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ก็คงไม่ยอมเป็นแน่
นั่นมันเงินถึงสามร้อยตำลึงเชียวนะ อวิ๋นโส่วจงบอกว่าไม่เอาก็คือไม่เอา บอกว่าจะยกให้ห