มู่บ้านก็คือยกให้หมู่บ้าน!
นอกจากผู้เฒ่าอวิ๋นกับเจียงต้าไห่แล้ว ทุกคนต่างก็รู้สึกยินดี พากันเอ่ยปากชมเชยอวิ๋นโส่วจงว่ามีน้ำใจ มีเงินทองมากมายก็ยังไม่ลืมนึกถึงผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน
ส่วนอวิ๋นเจียวก็ชื่นชมบิดาในใจยิ่งนัก บิดาของนางช่างทำได้ยอดเยี่ยมจริงๆ หากเขียนสัญญาหนี้ให้กับบ้านของนาง เกรงว่าผู้เฒ่าอวิ๋นคงจะหาเรื่องมาขัดขวาง อาจจะใช้ชีวิตมาข่มก็เป็นได้ ถึงตอนนั้นต่อให้บิดาของนางมีสัญญาหนี้อยู่ในมือ ก็คงทำอะไรไม่ได้
แต่ตอนนี้สัญญาหนี้ดันกลายเป็นของหมู่บ้านไหวซู่ไปแล้ว สัญญาอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่บ้าน หากเจียงต้าไห่ไม่ยอมคืนเงิน คนแรกที่จะไม่ยอมก็คงจะเป็นเหล่าผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านนี้
“ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน ข้าก็ขอออกเงินห้าสิบตำลึง เพื่อร่วมสะสมบุญให้พี่รองเจ้าค่ะ ขอรบกวนท่านช่วยเปลี่ยนเป็นที่ดิน รายได้จากที่ดินผืนนั้นก็นำไปช่วยเหลือผู้เฒ่าผู้แก่และเด็กกำพร้าในหมู่บ้านนะเจ้าคะ”
“แต่มีข้อแม้ว่า หากผู้เฒ่าผู้แก่คนใดที่ยังแข็งแรงและสามารถทำงานเองได้ พวกเขาก็ต้องลงแรงทำงานที่ตนเองสามารถทำได้ ไม่อาจรอรับเพียงข้าวสารและเงินจากหมู่บ้านอยู่ที่บ้านเฉยๆ”
ผู้ใหญ่บ้านไม่คาดคิดมาก่อนว่าเด็กน้อยอย่างอวิ๋นเจียวจะมีน้ำใจเช่นนี้ จึงยิ้มรับอย่างยินดี “เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว พวกเราทำ