ได้ยินดังนั้นอวิ๋นโส่วจงและฟางซื่อต่างตื่นเต้น รีบเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นอวิ๋นฉี่ซานที่นอนอยู่บนเตียงใบหน้ามีเลือดฝาดอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสองคนก็ค่อยวางใจ
มองใบหน้าอิดโรยของอวิ๋นเจียวและรอยคล้ำใต้ดวงตาคู่สวย ฟางซื่อและอวิ๋นโส่วจงต่างรู้สึกสงสารจับใจ
ทันใดนั้นอวิ๋นเจียวเห็นหมอต้วนกำลังจะเปิดผ้าห่มออกเพื่อตรวจดูบาดแผลที่ขาของอวิ๋นฉี่ซาน นางไม่ทันได้พูดกับอวิ๋นโส่วจงและฟางซื่อ ก็รีบเข้าไปขวางหมอต้วนไว้ทันที “ขาของพี่รองข้าดูไม่ได้นะเจ้าคะ บนนั้นติดยันต์ที่ท่านนักพรตจากภูเขาหลงหู่มอบให้ หากคนอื่นเห็นยันต์จะเสื่อมพลัง”
หมอต้วนโกรธจนตาเบิกโพลง หนวดเครากระตุก “ช่างเหลวไหล นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
ขณะนั้นฉู่อี้ที่ยืนเงียบอยู่ก็เอ่ยขึ้น “ท่านหมอต้วน ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย” เสียงของเขาสามารถดึงดูดความสนใจของหมอต้วนได้สำเร็จ ใบหน้าของหมอต้วนซีดเผือดรีบเข้าไปจับชีพจรของเขา
ฉู่อี้ดึงมือกลับพลางกล่าวว่า “ที่นี่ไม่สะดวก ค่อยกลับไปตรวจที่จวนเถิด” กล่าวจบเขาก็กล่าวลาอวิ๋นโส่วจงและคนอื่นๆ “ท่านลุง ท่านป้า เจียวเอ๋อร์ ข้าขอตัวกลับก่อน หากมีเรื่องอันใดส่งคนมาแจ้งข้าที่จวนได้เลย”
ฉู่อี้คิดถึงอาการบาดเจ็บของตนเองในตอนนั้น คิดถึงยาเม็ดวิเศษที่อวิ๋นเจียวใช้รักษาเขา และคิดถึงสรรพคุณอันน่าอัศจรรย์ของยานั้น เขาก็ร