ู้ว่าอวิ๋นฉี่ซานไม่เป็นอันตรายแล้ว ส่วนเรื่องความลับเล็กๆ น้อยๆ ที่นางต้องการเก็บไว้ก็ปล่อยให้นางเก็บไว้เถิด
อวิ๋นโส่วจงรีบเดินออกไปส่งเขา “เซ่าชิง เจ้ารีบกลับไปพักผ่อนเถิด ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรา”
เช่นนี้แล้ว ในห้องจึงสงบลง ชุนเหมยเข้ามาเก็บกวาด ส่วนอวิ๋นหลานเอ๋อร์ อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ รวมถึงสองพี่น้องฉี่ชิ่งและฉี่เสียงต่างก็รออยู่ข้างนอกไม่ได้เข้ามา
อวิ๋นเจียวชี้ไปที่ขวดยาที่วางเรียงรายอยู่บนตู้แล้วพูดกับฟางซื่อว่า “ท่านแม่ ยาในขวดสีเขียวให้พี่รองกินวันละสามครั้งหลังอาหาร ครั้งละหนึ่งขวด ส่วนยาในขวดสีแดงให้ท่านพี่รองกินวันละสองครั้ง ตอนตื่นนอนหนึ่งครั้งและก่อนนอนอีกหนึ่งครั้ง ครั้งละหนึ่งขวดเช่นกันเจ้าค่ะ”
ฟางซื่อมองอวิ๋นเจียวด้วยความสงสาร “เจียวเอ๋อร์ เจ้ารีบดื่มโจ๊กแล้วไปอาบน้ำนอนเสียเถิด ดูเจ้าสิเบ้าตาลึกโหลไปหมดแล้ว”
อวิ๋นเจียว: …
เกินไปแล้วมั้ง แค่มีรอยคล้ำใต้ตาเล็กน้อยเอง แต่นางเหนื่อยจนถึงขีดสุดจริงๆ เพราะร่างกายนี้เป็นเพียงเด็กหกขวบ ไม่สามารถเทียบกับผู้ใหญ่ได้ ประกอบกับเมื่อคืนนางต้องใช้สมาธิอย่างมาก
“เจ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
โม่ซ่านรับหน้าที่ดูแลอวิ๋นเจียวต่อจากชุนเหมยแล้ว นางเป็นคนฉลาด ตอนที่อวิ๋นเจียวเปิดประตู นางก็ยกโจ๊กร้อนๆ ที่เตรียมไว้เข้าไปใน