จเย็น แต่น้ำเสียงเขาก็แสดงความเย็นชาออกมา
มีแค่ผู้อาวุโสคนสุดท้ายที่ยังเงียบอยู่ เขาคือคนที่ติดตามหยางเทียไปยังศาลากระบี่แท้จริงและทำการกล่อมอีกฝ่าย สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่เจี้ยนเฉิน เขารู้สึกว่าชายตรงหน้านี้ไม่ได้เรียบง่ายแบบที่ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ คิด
“กำจัดตระกูลของข้า ? ” เจี้ยนเฉินพึมพำ สีหน้าของเขาหม่นลงพร้อมกับครามอาฆาตที่เริ่มแผ่ออกมาจากสายตา เขาไม่คิดจะปกปิดมันเลยแม้แต่น้อย
หากผู้อาวุโสทั้งสามแค่ขู่ตัวเจี้ยนเฉิน เขาคงไม่มีทางที่จะทำรุนแรงเช่นนี้ แต่พวกนี้ไม่ควรจะขู่ตระกูลของเขา ไม่ใช่แค่มีสมาชิกของครอบครัวที่อยู่ในตระกูล แต่ยังมีสหายของเขาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน มันคือจุดอ่อนของเจี้ยนเฉิน รวมถึงความอดทนของเขาที่พวกนี้ไม่ควรจะแตะต้อง
เมื่อรู้สึกได้ถึงความอาฆาตจากตัวเจี้ยนเฉิน ผู้อาวุโสทั้งสี่ในห้องก็มองหน้ากันและเริ่มเครียดขึ้นมา ความอาฆาตนี้ทำให้พวกเขาต้องขนลุก
จากความอาฆาตที่แผ่ออกมานี้ ผู้อาวุโสทั้งสี่ก็พอเข้าใจความแข็งแกร่งของเจี้ยนเฉิน เขาแข็งแกร่งกว่าผู้อาวุโสทุกคนที่อยู่ที่นี่
ตอนนั้นเจี้ยนเฉินได้ลงมือ เตียงที่เขานั่งอยู่สั่นเบา ๆ พร้อมกับเขาที่กลายเป็นภาพพร่ามัว เขาไปโผล่อยู่ตรงหน้าชายวัยกลางคนด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อพร้อมกับบีบคอของอีกฝ่ายเอาไว้
เมื่อรูสึ้กว่าคอถูกบีบและเห็นเจี้ยนเฉินมาอยู่ตรงหน้า สายตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตะลึงพร้อมกับหัวใจที่ห